หลายฝ่ายรุมกินโต๊ะ คว่ำ นายกหนูตกเก้าอี้คาสภา

แหล่งเก่าก็ให้ข้อมูลว่าตัวของท่านอดีต นายกทักษิณนั้นยังไม่พร้อมที่จะพบกับผู้ นำพรรคก้าทำแต่ท่านก็ตัดบัวแต่ยังเหลือ เยื่อใหญ่ ถ้าเอานายกรัฐมนตรีอนุทินออกได้โครงสร้าง อำนาจของรัฐบาลจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็น หลังเท้าครับการกินรวบทางอำนาจของครูใหญ่ จะสิ้นสุดลง ถังเช่าคอี้ไทยถังเช่ามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ >> สวัสดีครับคุณผู้ชมครับขอต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่รายการทำได้จัดนะครับทำดีเราชมทำ ชั่วกะตรงไปตรงมาไม่ไว้หน้าใครนะวันนี้ เราจะขอคุยกับนักวิเคราะห์การเมืองชื่อ ดังนะครับพี่ไทยกรพลสุวรรณเจ้าของโพสต์นะ ครับดิวโนาโคแหมาคุยกันตัวจริงเสียงจริง

นะครับเจ้าของโพจน์อันนี้นะครับสวัสดี ครับพิทยครับ >> สวัสดีครับท่านพิธีกรและท่านผู้ชมทางบ้าน ทุกท่านครับ >> ดิวรับมนาโคตกลงคุณทักษิณกับผู้ก่อเข้าไป เจอกันที่มนาโคหรือยังไงครับพี่แต่ก่อน >> เอ่อเจอกันหรือไม่ไม่มีใครพูดความจริง เพียงแต่ว่าในเส้นทางข่าวที่ได้รับมามี ความพยายามของฝ่ายหนึ่งที่จะนัดเคลียร์ใจ กับอีกฝ่ายหนึ่งหลายครั้งแล้วจนกระทั่ง ทราบว่าฝ่ายหนึ่งก็คืออดีตนายกทักษิณ จะเดินทางไปยุโรปเป้าหมายก็คือเยอรมัน >> อือฮึ >> เพื่อต้องการจะไปพบแพทย์นั่นคือเรื่อง สเต็มเซลล์ซึ่งเอ่อสถาบันที่ใช้ในการทำ สเต็มเซลล์ให้กับอดีตนายกทักษิณเนี่ยอยู่

ที่เมืองแฟรงเฟิร์ต ก่อนที่จะไป แฟรงเฟิร์ตเค้าเอ่อแวะปารีสแวะอะไรก็ตาม ธรรมดาของคนเ่อต้องการที่จะเอ่อไปรักษา ด้วยไปหาหมอด้วยไปเที่ยวด้วยในเวลานั้นก็ มีข้อมูลว่าผู้นำของพรรคกล้าทำก็เดินทาง ไปที่ฝรั่งเศสเช่นเดียวกันเอ่อส่วนแหล่ง เก่าก็ให้ข้อมูลว่าตัวของท่านอดีตนายก ทักษิณนั้นยังไม่พร้อมที่จะพบกับผู้นำ พรรคการธรรมแต่ด้วยการทำงานการเมืองของ ท่านก็ตัดบัวแต่ยังเหลือเยื่อใหญ่ตัดบัว แต่ยังเหลือเยื่อใหญ่นั่นหมายความว่าก็ ส่งคนอ่าที่ไปกับท่านนะ >> อือ >> ไปพบก็มีการพบกันก็ฝากความปรารถนาดีจาก ผู้น้อยไปหาผู้ใหญ่ก็เป็นธรรมดา

 ครับ >> แล้วก็อยากจะหาหนทางความร่วมมือกันในการ ทำงานทางการเมืองในอนาคตหากว่าจะเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นซึ่งก็สอด คล้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน ประเทศไทยในการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน ประเทศไทยนั้นมีคนที่เป็นมือทำงานของอดีต นายกทักษิณ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้นำพรรคสีส้ม หลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งได้ข้อยุติว่า ถ้าหากว่าปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยเป็น รัฐบาลและภูมิใจไทยยังฟางเอ่อยังวางโครง สร้างระบบข้าราชการแบบนี้แล้วก็มีลักษณะ กินรวบต่อไปอย่างนี้นี่ประเทศไทยจะเสีย หายมากดังนั้นการที่จะให้ประเทศไทยหลุด ออกจากบ่วงของการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จรวม

ศูนยทั้งข้าราชการ ทั้งเอ่อองค์กรอิสระทั้งการเมืองเนี่ยก็ มีหนทางเดียวก็คือจะต้องเปลี่ยนผู้นำ รัฐบาลซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนแรก เปลี่ยนผู้นำรัฐบาลแล้วชิ้งไหวชิงพริบให้ ใครขึ้นมาเป็นหัวหน้ารัฐรัฐบาลก็เป็นขั้น ตอนต่อไป >> การวางเกมทางการเมืองเขาจะวางแบบไปทีละ ขั้นไปทีละตอนนะครับ >> เปลี่ยนผู้นำรัฐบาลเ้าจะเปลี่ยนยังไงฮะ พี่ไทกรครับ >> ก็เปลี่ยนได้หลายอย่างครับเอ่อบางคนก็บอก ว่าควรที่จะเปลี่ยนในลักษณะทางการเมืองก็ คือในสมัยประชุมหน้าคือเขาจะเปิดสมัย ประชุมสภาเนี่ยวันที่ 25 สิงหาคมและจะปิด สมัยประชุมนี่ 22 ทันธันวบในสมัยประชุม

หน้านี่สามารถที่จะยื่นอภิปราย ไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรืออภิปรายไม่ไว้ วางใจทั้งคณะได้ซึ่งขณะนี้ทางการเมืองที่ เห็นในสถานการณ์ มองว่ากำลังมีการสร้างสภาวะแวดล้อมให้ เกิดความชอบธรรมว่าต้องเปลี่ยนตัวนายก รัฐมนตรีเอ่อที่เค้าทำกันอยู่นะครับมันจะ มีเงื่อนไขอยู่ประมาณสัก 3 กลุ่มของการ เมืองในสภากลุ่ม 1 ก็คือกลุ่มที่เป็นพรรค ฝ่ายค้านกลุ่มที่ 2 ก็คือพรรคแกนนำรัฐบาล ก็คือพรรคเพื่อไทยกลุ่มที่ 3 ก็คือพรรค ร่วมพรรคร่วมเนี่ยมันเกิดอาการไม่ไม่สบ อารมณ์หรือไม่พอใจกับการบริหารราชการแผ่น ดินของพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างมากไม่ว่าจะ เป็นพรรคร่วมอย่างเช่นพรรคเพื่อไทยไปซึ่ง

เขาก็เก็บอาการอยู่นะหรือพรรคเล็กพรรค น้อยที่รวมกันแล้วประมาณสัก 25-26 เสียง เนี่ยก็ไม่พอใจไม่พอใจต่อการปฏิบัติที่ ผู้นำรัฐบาล และผู้นำพรรคภูมิใจไทยปฏิบัติต่อส.ส. เหล่านี้เหมือนกับของไร้ค่าไม่มีค่าใดๆ >> อื >> นี่คือสิ่งที่มันสะสมอยู่ดังนั้นเนี่ย เมื่อประเมินสถานการณ์แล้ว ในช่วงเวลาข้างหน้าตั้งแต่เดือนสิงหาคมไป จนถึงเดือนพฤศจิกายนหรืออาจจะถึงต้นเดือน ธันวาคมกระแสความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะติด รบอย่างหนักภาวะความเสื่อมศรัทธาจะเกิด ขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อถึงเวลานั้นหากมีการ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นราย บุคคลและหนึ่งในนั้นก็จะมีนายกรัฐมนตรี

ที่ชื่ออนุทินชานวีรกูลเมื่อถึงวันลงมติ ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งงด ออกเสียงหรือสมมุติว่าพรรคเพื่อไทยงดออก เสียงแล้วพรรค ร่วมอื่นเช่นพรรคที่มี 5 เสียง 3 เสียง 4 เสียงเนี่ยรวมกันงดออกเสียงด้วยก็จะมี เสียงทั้งหมด 74 บวกกับ 26 = 100 เสียง จะงดออกเสียงไม่ยกมือไว้วางใจหรือไม่ไว้ วางใจไอ้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เขียนไว้ว่าเมื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะยุบสภาได้ เมื่อไม่สามารถยุบสภาได้ก็ต้องรอไปจนถึง วันที่เค้าลงมติว่าจะได้รับความไว้วางใจ เกินกึ่งหนึ่งคำว่าเกินกึ่งหนึ่งหมายถึง

ว่าต้องได้รับความไว้วางใจ 251 เสียง >> ครับ >> ไม่ได้เกี่ยวว่าสมาชิกสภารัฐบาลจะเหลือ อยู่เท่าไหร่นะครับต้องได้คะแนนไว้วางใจ เกินกึ่งหนึ่งก็คือ 251 เสียงขึ้นไปตาม จำนวนผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ซึ่งขณะนั้นก็ คงจะมีอยู่ประมาณ 500 คนถ้าได้คะแนนไม่ ถึง 251 เสียงตำแหน่งนายกหรือตำแหน่ง รัฐมนตรีจะหลุดจากตำแหน่งทันทีพ้นจาก ตำแหน่งทันทีณวันที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขานคะแนนเอเมื่อขานคะแนนว่าได้รับความไว้ วางใจเพียงแค่ 2001 คะแนนเขาก็จะอ่านต่อเลยว่ารัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ต้องได้คะแนน ไว้วางใจเกินกว่ากึ่งหนึ่งเมื่อได้คะแนน

ความไว้วางใจไม่ถึงกึ่งหนึ่งเป็นเหตุให้ ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสภาพ โดยทันทีเก็จะประกาศว่าสมมุติเป็นท่าน นายกอนุทินนะครับท่านนายกอนุทินหมดสิ้น สภาพความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา ที่เขาระบุณบัดนี้ก็จบเลยตอนนั้นก็จบเลย ไม่เหลือความเป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว >> บริษัทคอดี้ไบโอเทคจำกัดได้ทำวิจัยร่วม กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เรื่องกรรมวิธี การเพาะเลี้ยงเห็ดถังเช่าทิเบส >> เป็นถังหมักปิกรชีวภาพแนวน้อย >> ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากถังเช่าตรา คอี้ไทยให้ปริมาณสารสกัดคอลเลสิน 0.65 65 มกรัต่อแคปซูล

ถ้าเกิดนายกโอเคได้เสียงไม่เกินไม่ถึง 251 เนี่ยเกลับมาโหวตใหม่หมายถึงว่ารวบรวม เสียงมาคุณอนุทินจะกลับมาเป็นนายกได้อีก รอบครับหรือว่าไม่ได้แล้ว >> อ่าไม่มีกฎหมายห้ามไว้ว่าจะกลับมาเป็นอีก รอบได้หรือไม่ได้แต่ในทางการเมืองมันจบ แล้วครับหมายความว่าระบบการเมืองของ ประเทศไทยนั้นเป็นระบบการเมืองแบบรัฐสภา ต้องอาศัยความไว้วางใจของสมาชิกในสภาก็ คือสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรให้ความไว้วางใจไม่ถึงกึงหนึ่งนายก รัฐมนตรีอนุทินท่านรู้ดีครับว่าความชอบ ธรรมทางการเมืองของท่านได้หมดลงไปแล้ว >> อื >> เมื่อถึงตอนนั้นนี่เค้าก็จะสู้กันอีกยก หนึ่งสู้กันอีกยกหนึ่งก็คือว่ามันจะต้อง

มีการเรียกประชุมสภาเพื่อที่จะลงมติเห็น ชอบให้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่งก็ จะมีรายชื่อผู้ที่จะมีคุณสมบัติดังต่อไป นี้เช่นพรรคภูมิใจไทยก็ท่านศรีหศักดิ์ ปวงเกตแก้วแล้วก็มาพรรคเพื่อไทยก็มี 3 คน นะครับคุณยศชนันท์เอ่อคุณสุริยะแล้วก็คุณ เอ่อรัฐมนตรีจุลพันธ์นะครับ 3 คนส่วนพรรค ประชาชนก็จะมีหัวหน้าณัฐพงษ์รองหัวหน้า คุณสิริกัญญาและดร.อีกคนนึง >> เออชื่อต้นน่ะ >> เออไม่รู้ชื่อจริงอะไรนะครับแล้วก็จะมี ร้อยเอกธรรมนัสคนนึงเ่อที่มีคุณสมบัตินี่ แหละบุคคลที่จะต้องสู้กันเพื่อจะกลับไป เป็นนายกรัฐมนตรีในการเมืองนั้นนี่ถ้าหาก

ว่าพรรคภูมิใจไทยโดยท่านนายกรัฐมนตรี อนุทินไม่ได้รับคะแนนถึงกึ่งหนึ่งเนี่มัน จะเกิดภาวะความล่มสลายทางความน่าเชื่อถือ โอกาสที่พรรคการเมืองอื่นๆจะจับมือจัด ตั้งรัฐบาลขั้วใหม่ก็มีความเป็นไปได้สูง นั่นคือเค้าอาจจะให้พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.มากที่สุดเป็นลำดับหนึ่งเนี่ยเป็น ฝ่ายค้านซึ่งเกิดขึ้นมากมายในโลกนะครับ อิตาลีก็เป็นอย่างนั้นพรรคที่ได้ที่ 1 เป็นฝ่ายค้านพรรค[เสียงสูดหายใจ]ที่ 2 จับกันถึงกับพรรคที่ 5 นะลำดับ 2 จับกับ ลำดับที่ 5 เป็นรัฐบาลเอ่ออิตาลีก็เป็น อย่างนั้นนิวซีแลนด์ก็เป็นอย่างนั้นเ่อ หลายๆประเทศเป็นอย่างนั้นถึงแม้แต่เอ่อ

มาเลเซียนี่เขาก็รวมๆกันเอ่อพรรคเอ่อของ อันรฮีมรวมได้มากที่สุดก็ได้เป็นรัฐบาล ไม่ใช่เค้าเป็นพรรคลำดับหนึ่งนะครับเค้า รวมเสียงส.ส.ได้มากที่สุด ตรงนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ นายกรัฐมนตรีอนุทินหลุดจากตำแหน่งครับถ้า ไปอีกกรณีหนึ่งถ้าหากว่าพรรคภูมิใจไทย ต้องการที่จะเอาเสียงของเอ่อพรรคร่วม รัฐบาลเดิมเข้ามาสนับสนุนอีกถึงตอนนั้น การต่อรองก็จะมากขึ้นจะไม่เป็นอย่างนี้ แล้วเออจะไม่แบบว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย กำหนดลูกเทพลูกกอกอะไรมาแบบนี้ไม่ได้แล้ว ต้องเกี่ยกระทรวงกันใหม่พรรคเพื่อไทยถ้า จะเอาพรรคเพื่อไทยเข้าไปคุณจะมาจัด

กระทรวงแบบนี้ได้ยังไงพรรคเพื่อไทยพรรค ลำดับ 2 ต้องได้รองนายกคุมมหาดไทยอะไรจาก นอนนี้นะครับนั่นคือสิ่งที่เป็นการวางเกม เพื่อจะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจนอกจาก เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีได้แล้วก็ยังเปลี่ยน การจัดวางโครงสร้างอำนาจในการบริหาร ราชการแผ่นดินได้ด้วยเทคโนแกต 3-4 คนนี่ ไม่ว่าจะเป็นท่านศรีหาศักดิ์ เอ่อเอกมิติสุภจีหรือแม้กระทั่งปกรนี่ หลุดจากตำแหน่งทุกคนครับอุ้ยพรรคภูมิใจ ไทยจะไม่เอากลับมาเป็นอีกถ้าพรรคภูมิใจ ไทยจะเป็นรัฐบาลนายกศรีหศักดิ์จะได้เป็น นายกรัฐมนตรีอาจจะควบรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่นายกสีหศักดิ์จะไม่มีสิทธิ์ที่จะตั้ง

เทคโนCATขึ้นมาเพื่อที่จะเอามาค้ำ บัลลังก์หรือเอามาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคนนอกอีกแล้วเพราะอำนาจการต่อรอง ของพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคอื่นๆหรือแม้กระทั่งพรรคกล้าทำหรือ แม้กระทั่งพรรค 26 เสียงจะมากขึ้นนี่คือ แผนที่เค้ากำลังเดินไปมันไม่ใช่แผนในการ ที่จะไปเพื่อที่จะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี อย่างเดียวถ้าเอานายกรัฐมนตรีอนุทินออก ได้โครงสร้างอำนาจของรัฐบาลจะเปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังเท้าครับไอ้คนที่มอง ว่าเอ้าพรรคประชาชนจะร่วมด้วยเหรอเค้าไม่ ได้คิดถึงประเด็นนั้นเขาคิดถึงว่าถ้า เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีอนุทินออกได้การกิน

รวบทางอำนาจของครูใหญ่จะสิ้นสุดลงตรงนั้น คือสิ่งที่นักการเมืองหลายคนในปัจจุบัน ต้องการนี่คือเป้าหมายทางการเมืองนะครับ ไม่ได้ทั้งหมดก็ได้ครึ่งหนึ่งไม่ได้ถึง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้อำนาจทางการ เมืองเพิ่มขึ้นนี่คือการวางเกณฑ์ทางการ เมืองที่เขากำลังเดินอยู่ไม่ใช่เขาจะเดิน ไปเพื่อจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีแล้วบอกว่า เอ้าไม่นับคณิตศาสตร์ทางการเมืองเขาไม่ ได้นับคณิตศาสตร์ทางการเมืองเขาต้องการ เปลี่ยนอำนาจไม่ให้อำนาจมันไปกระจุกตัว อยู่บริเวณที่ที่เดียวเอ่อนี่คือสิ่งที่ เขากำลังเดินไปครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *