เสี่ยโอ โดนด่า! สั่ง กุ้ง สป. ไปจัดการ!

เห็นข่าวอะไรที่มีคนหนึ่งที่เขาเอาคิปด่า ไอ้พวกจักรี อีน้อยมึงเออ >> เห็นเบอกเห็นเ้าบอกว่าเป็นจิตเวชเรู้ได้ ไงมั้คนที่เป็นจิตเวท >> ไม่เเขาตัวเขาบอกในบางคลิปว่าเขาไปรักษา จากอาการจิตเวชอยู่ >> เหรอทำไมมันด่าชัดวะโอ้หก็เค้ามีเค้า เรียกอะไรนะมี เค้าเรียกอะไรมีประวัติรักษาจุตเวเวทแต่ ว่ายังได้สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติได้ เพราะว่าต้องดูแลรับผิดชอบแม่อยู่คนนึง อะไรก็เลยกลายเป็นว่าไม่ไม่ได้ไม่ได้ถูก >> เนี่ยผมเห็นอาทิตย์ 1 อาทิตย์เนี่ยเห็น ถี่มากนะครับแล้วอาจารย์ประวินแชร์ทุกวัน ด้วยสิ >> เออแล้วตลาดหลวงเป็นล้าน[เสียงหัวเราะ] >> เออเออนะแล้วมีคนเป็นห่วงมีถึงขั้นจะไล่

กันเลยทีเดียวตอนนี่โอ้ก็มันก็ลอง สมมุติว่าสมมุติว่าอยู่ดีๆมีคนไปทำร้าย เค้า >> อื >> ไอ้คนทำร้ายก็ต้องโดนเข้าหาไปทำร้ายคนไม่ สมประกอบเพราะว่าตัวเขามีประวัติรักษา เอ่ออาการจิตเวทอยู่ >> อื >> เออทำทำร้ายให้คนป่วยจิตเวทได้มั้ล่ะ >> ก็ไม่ได้ >> เออก็สมมุติว่าถ้าถ้ามีคนไปทำร้ายคนป่วย จิตเวชได้โลกประเทศนี้มันก็เละเทะอ่ะเออ อยู่ดีๆกูกูเห็นไอ้คนป่วยจิตเวทคนนี้มา ตะโกนร้องเแล้วไปทำร้ายเค้าได้มั้ยล่ะ >> อืมันก็ไม่ได้ >> มันก็ไม่ได้ไงเออ >> อื >> เออแล้วสมมุติว่าถ้าเกิดมีใครไปทำร้าย เค้าถามว่าใครเสีย >> เจ้าหน้าที่ดิไม่ดูแลหรือยังไง

 ไม่ไอ้ไอคนไอ้คนไปทำร้ายเนี่ยเสียเพราะ ว่าเพราะว่า >> เออถ้าเกิดไอ้คนไปทำร้ายมันเป็นเจ้าหน้า ที่ล่ะหรือเจ้าหน้าที่ใช้ใครไปล่ะ >> ก็เสียอยู่ดีเพราะว่าอะไร คุณเป็นคนสติปกติติ >> อย่างเช่นไอ้พวกไอ้ตงไอ้เต้เนี่ยไอ้พวก พิทักษ์รักสถาบันต่างๆนานาเนี่ยแหละ >> ไอไอ้ไอ้อานนท์กลิ่นยังไม่รู้ข่าวใช่ มั้เนี่ย >> คนมีสติสัมปชัญญะปกติแต่ดันไม่มีความอดทน อดกลั้น >> อื >> เออมันก็มีแต่เสียกับเสียอยู่แล้วแล้วไป ทำร้ายเพราะอะไรเรื่องอะไรเพราะว่าเค้า เค้าพูดพูดไปเรื่อยอ่ะอื >> เออพูดพูดอะไรของเค้าไปเรื่อยอ่ะ >> อื >> เออเค้าก็คือดูจากคำคำพ่งคำพูดแล้วก็ก็ รู้ว่าเขาไม่ปกติเออ[เสียงหัวเราะ]มันมี

แบบว่าไปวังสะปทุมมหาราชอะไรเงี้ย >> อื >> นะฮะแต่ตัว ในเท่าที่ไปฟังมาจากเนื้อหาเนี่ยคือ เหมือนกับว่าเค้าอ้างว่าไอ้รัชกาล ปัจจุบันเนี่ยเป็นกบฏเพราะไปปล้นอำนาจ รัชกาลที่ 9 มา[เสียงหัวเราะ] >> เอาจริงดิ >> เออเอ้อ >> ปล้นยังไงมันตายห่าคาบัลลังก์เห็นๆ >> จัดฉากเบอกจัดฉากปล้นอำนาจรัชกาลที่ 9 มา >> เหรอ >> เออแล้วเ้ารักรัชกาลที่ 9 >> คนเนี้ยเหรอ >> เออคนเนี้ยเค้ารักรัชกาลที่ 9 แต่ถือว่า ไอ้ไอ้รัชกาลที่ 10 เนี่ย 9 ปีมาเนี่ยไอ้ กับแก๊งมันเนี่ยไปปล้นรัชกาลที่ 9 มาจัด ฉากปล้นรัชกาลที่ 9 มาทำให้เขาเกลียด >> อื >> แต่เขาบอกเคยกราบเคยกราบไอ้พวกจักกรีอยู่

แต่พอ 9 ปีมานี่คือกูเลิกกราบแล้ว ว่า >> สลิ่มหัวร้อนมากตอนเนี้ย >> อ้าก็ประมาณว่าเขาก็รัก 9 ไม่เอา 10 อ่ะ เออ >> ถือว่า >> ถือว่าเค้าเด่าเด่าเจ้าเพราะว่าเค้าเคคิด ว่าไอ้รัชกาลที่ 10 กับคณะเครือข่ายมัน น่ะปล้นอำนาจพ่อตัวเอง >> อื เออนะช่างหาเหตุผลไว้รองรับ >> เออ >> ตัวเองเออ [เสียงหัวเราะ] >> สลิ่มหัวร้อน >> ก็คือถึงจะหัวร้อนอะไรยังไงก็ตามเนี่ย สมมุติว่าเค้าเรียกอะไรตัวเนื้อหาหลักๆ เนี่ยถ้าสมมุติเค้าด่าสิริกิติ์ก็ไม่เข้า ข้อกฎหมาย >> อื >> ถ้าด่าไอ้สิรินธรก็ไม่เข้าข้อกฎหมาย >> อื >> ถูกป่ะ >> เออ >> เออแล้วแล้วผิดกฎหมายข้อไหนถามว่าถ้ามัน ด่าเศรษฐกิจเนี่ยจะจะแจ้งกฎหมายข้อไหนมัน

112 เอาคุ้มครองเศรษฐกิจมั้ย >> แล้วมันเป็นแต่มันตีความเอาตามโดยพฤตินัย นะแล้วแต่มันจะตีความจริงๆโดยข้อกฎหมาย ล่ะไม่คุ้มครองแน่ๆ >> ก็แน่นอนถ้าเอาตามตัวบทแล้วเนี่ยด่า สิริกิติ์ไม่เข้ามาตรา 112 เพราะ สิริกิติ์ไม่ได้มีตัวบุคคลอะไรอยู่ใน มาตรา 112 ถ้าจะมีอัจจะไปเข้าก็คือว่าด่า ไอ้เสี่ยหอยเนี่ยแหละ >> อื >> เออเพราะว่าเสี่ยหอยอยู่ในตัวโบสถ์มาตรา ใช่มั้ย >> เออน้องเกน้องเกสโดนคดีไอ้ด้วงก็คนอื่นก็ ไม่ต้องก็ไม่รอดแล้วล่ะ >> ก็ก็นั่นแหละก็คือความของระบบไงของ เราบอกไม่ใช่ความของคนด่าแล้วทีนี้ >> อเออนั่น >> เออ อืม >> แต่ทีนี้ในในเรื่อง 112

ประเทศไทยผมก็ไม่รู้สิผมคิดว่าถ้ามันมี ทางที่สู้แล้วชนะแล้วแต่คุณไม่ไม่ไปทาง ที่สู้แล้วชนะคุณเลือกจะไปทางที่มันแพ้ ต่อผมก็ไม่รู้จะสู้ยังไงเหมือนกัน >> อื >> อือ >> อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อของคนจำนวนมากนะ >> เออว่าตามหน้าเสื่อนี่แหละว่า >> อื >> ถ้าในเมื่อมันมีช่องทางที่ชนะโดยนิา โดยพฤตินัยได้อย่างเด็ดขาดด้วยหลักการ แล้วอย่างที่ทนายพระเวททำแต่ทุกคนเลือก ที่จะไปทางที่แพ้ก็คือไปสู้กับไอ้ตัว อำนาจที่มันไม่ยังสู้ยังไงก็แพ้อ่ะเออ >> อือๆก็ไม่รู้ว่าจะไปพูดอะไรได้เออ >> อื >> เออนะฮะคือในส่วนตัวผม มาตรา ประชาชนะไปแล้ว >> อื

 ประชาชนะไปแล้วแต่พวกฝ่ายการเมืองพวกฝ่าย นักกิจกรรมพวกนักต่อสู้ไม่เห็นชัยชนะนี้ แล้วก็เลือกจะเดินทางที่แพ้กันต่อ >> อื >> ในทัศนะผมการชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ คือวิถีทนายประเวทประพานุกูลและชนะมาแล้ว จริงๆ >> อื >> ซึ่งเมื่อเจ้าหยกใช้วิธีหลักการเดียวกัน ตอนนี้เจ้าหยกก็คดีไม่มีแล้วอ่ะ >> อื >> เข้าใจมั้ย >> อื >> ไอ้ตอนที่เจ้าหยกโดนฟ้องคดีเนี่ยก็ใช้ หลักการเดียวกันก็คือหันหลังให้ศาลไม่ไม่ ยอมรับอำนาจศาลสุดท้ายศาลก็ ทำคดีต่อไม่ได้แต่เอาตัวหยกไปขังไว้ 51 52 วันเนี่ยมันเอาไปขังไว้จริงอยู่แต่ ไม่มีคดีอ่ะสุดท้ายต้องปล่อยโดยไม่มี เงื่อนไขไม่มีคดี

อื >> ใช่มั้ย >> อื >> ในทางนิตินัยเนี่ยแนวทางนี้วิถีทางนี้คือ ชนะจริงๆมันก็ชนะ 2 เคสแล้วไม่ใช่ชนะเคส เดียวนะ >> อื >> แต่ในขบวนต่อสู้เขาไม่ได้มองแบบนี้อ่ะเขา มองว่าการจะชนะเรื่องนี้ต้องทำให้คนตื่น รู้ทั้งสังคมต้องสู้ให้มันสุดต้องยอมถูก ขังให้เห็นว่าเนี่ยเห็นมั้ยมันไม่แฟร์ไม่ เป็นธรรมยังไงถูกมั้ย >> อื >> เออคือก็เข้าเข้าใจอยู่เข้าใจอยู่ว่าเออ ทำไมอานนท์เลือกวิธีที่จะเอ่อยอมถูกขัง ให้เห็นว่าเนี่ยกฎหมายนี้มันไม่เป็นทำยัง ไงแต่อานนท์ไม่ได้ทำผิดยังไงแต่ต้องถูก ขังยังไงก็เข้าใจก็เข้าใจแต่ถ้าพูดกันตาม หลักเนี่ยถ้ามันมีทางที่ชนะแล้วเราเลือก ทางที่มันไม่ชนะต่อมันเสียเวลา

ในส่วนตัวผมมองว่ามันเสียเวลาแล้วก็เสีย โอกาสเสียอะไรต่างๆไปโดยไม่จำเป็นต้อง เสีย >> อือ >> บางทีอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตคนไปโดยไม่ จำเป็นต้องเสียครับผมยกตัวอย่างถ้าถ้า สมมุติอ่ะ >> กรณีบุ้งถ้าเลือกยืนวิถีทนายประเวทปฏิเสธ อำนาจศาลกันหมดอ่ะ บุ้งอาจจะไม่เสียชีวิตในคุกถูกมั้ล่ะ >> กล้ามากเก่งมากเก่งมากขอบใจ >> หรืออีกหลายๆเคสหลายๆกรณีก็ตามเนี่ยถ้า ยืนยืนยันหลักการนี้ตรงกันเนี่ยเพราะมัน ชนะมาให้เห็นแล้วเห็นมั้ย >> อื >> มันก็อาจจะไม่ต้องเสียเวลาไปติดคุกหรือ ว่าอ่าอย่างอย่าล่าสุดคุณอติรุฒใช่มั้ย ที่ไปตะโกนไปไหนก็เป็นภาระ

> อื >> ก็ยุติการต่อสู้คดีต่อเอ่อเขาพิพากษา 1 ปี 8 เดือนก็คือยุติการยื่นฎีกาสู้คดี >> อื >> แล้วก็เข้าไปถูกจำขังเพื่อให้มันจบวัย 1 ปี 8 เดือนก็เข้าใจอยู่เหมือนกันก็เข้าใจ อยู่เหมือนกันว่าเออก็ถ้าถ้ามองว่าโอเค วิธีแบบนี้มันทำให้มันจบเร็วสุดแล้วเพื่อ ไปใช้ชีวิตต่อข้างนอกในเมื่ออำนาจตอนนี้ ยัง >> ยังสู้อะไรกับระบบศาลไม่ได้เค้าก็เลือก วิธีนี้อ >> ซึ่งในขบวนต่อสู้หลายๆคนก็เข้าใจเออก็ไม่ มีใครด่าอติรุฒว่าเอ้ยทำไมมึงไม่สู้ต่อ ล่ะในเมื่อมึงไม่ผิด >> อื >> ใช่มั้ย >> อื >> ใช่มั้ยทุกคนก็เข้าใจได้ว่าในเมื่อ ทั้งๆที่ไม่ผิดนี่แหละแต่มันตัดสินมาว่า

ผิดแล้วยังต้องยอมรับอยู่ในระบบมันก็ยุติ การต่อสู้ >> อื >> คดีต่อเข้าไปอถือว่าให้จบให้ไวแล้วก็รีบ ออกมาสู้ต่อ >> อ >> วิธีแบบนี้ก็คือวิธีการเดียวกันกับที่ อาจารย์สุรชัยใช้ก็คือว่าเออเอารวมคดีมา ให้หมดฟ้องมาทีเดียวเลยแล้วเดี๋ยวสารภาพ ทีเดียวขออภัยโทษทีเดียวแล้วก็ออกมาสู้ ต่อมันก็คือวิธีแบบเดียวกันแต่เวลาเวลา ที่เอ่อ คน คือมันมันชอบไปโจมตีกันว่าเฮ้ยไอ้คนเนี้ย โอหสู้คดีไม่ยอมจำนนเลยหัวเข่าทองคำยอม ติดคุกยอมถูกขังยาวๆไม่ถอย >> อื >> สู้ยันฎีกาแพ้ยันฎีกายอมถูกขังเท่าไหน เท่านั้นคือมันก็เป็นวิถีการสู้ของแต่ละ คนผมมองว่าไม่ไม่ว่าจะเป็นแบบยาวโดนยาวๆ

ไปยอมถูกขังให้คนเห็นว่ากฎหมายมันแย่ยาวๆ ไปมันก็เข้าใจได้หรือวิธีที่จะถอนยุติการ สู้ >> อือๆ >> ก็เข้าใจได้เหมือนกัน >> อือ >> แต่[เสียงกระแอม]ทีนี้พอไอ้กลุ่มกลุ่มนัก กิจกรรมนักเคลื่อนไหวมันก็ไปมองแล้วมันก็ เอาไปเปรียบเทียบกันแล้วมึงจะเปรียบเทียบ กันทำอะไรว่าเอ้ยไอ้คนนึงสู้สุด อีกคนนึงถอยแล้วว่ะไม่มีไม่ฎีกาต่อ แล้วว่ะ >> อื >> ครั้งนึงเนี่ยกรณีของอากงอำพลตั้งนพกุล เนี่ย ทนายอานนท์ก็เคยถูกไอ้พวกฝ่ายสลิ่มบ้าง ฝ่ายเดียวกันเองบ้างโจมตีว่าเอ้ยทำไมสุด ท้ายเอ่ออากงยอมสารภาพไม่ยอมไม่ไม่สู้คดี ต่ออ >> อากงไม่ได้ยอมสารภาพอากงแค่สู้คดีต่อไม่

ไหวแล้วเพราะว่าร่างกายไม่ไหวเออแล้ว อานนท์เนี่ยอานนท์นำภาซึ่งเป็นทนายของ อากงเนี่ยได้รับสัญญาณบางอย่างจากทางวัง มาว่าถ้าไม่ฎีกาต่อจะให้อภัยโทษไว้ >> อื >> เอออันนเอ่อมันมันระบบมันเป็นอย่างงี้เออ อานนท์ก็ไปปรึกษากับอากงไปปรึกษากับญาติ อากงเออเนี่ยมันมีสัญญาณแบบนี้มาจากจาก ทางวังเค้าเค้าเสนอมาว่าอย่าฎีกาต่อเลย แล้วเดี๋ยวเขาจะให้ปล่อยตัวไว >> อื >> สุดท้ายปรึกษากันสุดท้ายก็ในเมื่อมันมี ทางรอดเดียวที่เขายื่นมาให้ตอนนี้ >> อื >> ก็เลยยุติติการฎีกาสู้คดีต่อมันไม่ใช่การ รับสารภาพแต่มันคือการถูกขังไว้ก่อน พิพากษา >> อืม

 นะฮะถูกขังไม่ให้ประกันไว้จนก่อนพิพากษา ฎีกาแล้วก็ใช้การขังเนี่ยกดดันให้ยอมรับ สารภาพมันเป็นแบบนี้ >> อื >> เออแต่คนคนกลับบางคนไปด่าทนายอานนท์ว่า อ้าวแล้วทำไมสู้คดียังไงอยู่ดีๆไปสารภาพ อยู่ดีๆไปยุติการสู้คดี >> เออนั่นสิ >> เออถ้าคุณทูสู้คดีมาแล้วลูกความคุณถูกขัง มาเป็นปีโดยที่ไม่ให้ประกันเนี่ยจนเขาจะ ตายแล้วเนี่ย >> แล้วไอ้ไอ้ฝ่ายฝ่ายเจ้ามันยื่นข้อเสนอมา ว่าเอออย่าฎีกาต่อเดี๋ยวจะให้ปล่อยไวเออเ ก็ต้องไปปรึกษากันแล้วสภาพความจำเป็นมัน มีแค่นั้นเหลือเหลือทางแค่นั้นให้รอดซึ่ง สุดท้ายก็ไม่ทัน อื >> คดีของอากงอยู่ระหว่าง

เค้าเรียกอะไรมันคดีมันสิ้นสุดแล้วก็คือ ว่าไม่ไม่ฎีกาสู้คดีต่อ >> อ่าแล้วแล้วทำไมยังไงต่อ >> ก็เสียชีวิตระหว่างที่ >> อ๋อ >> คดีจบแล้วเนี่ยแหละ >> เออ >> ซึ่งดังนั้น เจ้าเนี่ยมันมันใช้วิธีแบบนี้มันมันมีแต่ ได้กับได้ไง >> อื >> เออก็ยังไงพวกมึงก็ต้องยอมกูเพราะกูคุม ระบบนี้ >> อื >> มึงนึกบอกว่าในเมื่อเราก็เห็นแล้วเนี่ย ว่าถ้าสู้แบบยาวแบบมันเป็นแบบนี้มันก็จะ ใช้วิธีเแหละกดดันให้ยอมจำนนไม่ให้แบบขัง ไปเรื่อยๆไม่ให้สู้คดีข้างนอกเนี่ยจนกว่า จะพิพากษาฎีกานั่นแหละมันใช้วิธีแบบนี้ เพื่อให้คนยอมจำนน >> อื >> ทั้งๆที่ไม่ผิดเนี่ยเนื้อหาคดีหมา

มากเนี่ยแต่กูจะขังมึงอ่ะ >> อื >> เออกูจะขังจนกว่ามึงจะยอมจำนนกูอ่ะ เออมันมันต้องการแค่นี้ไอ้ที่เจ้ามัน ต้องการคือต้องการให้มึงก้มหัว >> อื >> จะถูกผิดกูไม่รู้แต่มึงต้องก้มหัวให้กู ก่อนนี่นี่คือสิ่งที่เจ้ามันต้องการ >> อื ไม่ว่าสิ่งที่มึงพูดจะถูกแค่ไหน >> จะถูกจะผิดมึงต้องก้มหูให้กูก่อน >> เออๆ >> มึงจะถูกก็ตามแต่มึงต้องก้มหูให้กูก่อน >> เออ >> นี่นี่คือวิธีคิดของพวกเจ้าพวกพวก นี้ >> อื >> ดังนั้นเราก็รู้อยู่แล้วสู้ในระยะยาวมัน ต้องการความจำนน เอออืมก็ดังนั้นมันก็มี 2 ช้อยส์ถ้าคุณ อยากออกไว้ก็แสดงความจำนนมากๆ จริงๆไม่ได้แปลว่าคุณจำนนเข้าใจมั้ย

อย่างสำสมมุติเช่นอาจารย์อาจารย์สุรชัย เนี่ยแกโดน 6 คดีแกก็บอกว่ารวมมาเป็นคดี เดียวเลยแล้วฟ้องแกทีเดียวเลย >> อื >> จะกี่ปีไม่ว่าแกจะได้ขออภัยโทษรวดเดียว แล้วก็ออกทีเดียวเลยซึ่งแกอายุมากแล้วแก ก็ได้ออกไวอยู่แล้วอืมบางคนก็ไปมองว่าไอ้ นี่แหละไม่สู้ใช่มั้ยเออ แต่มันก็อาจจะเป็นวิธีนึงที่เค้าถือว่า นี่แหละถ้าอยู่ในระบบเนี้ยแบบเนี้ยสู้ออก ไวสุดแล้ว เออบางคนก็คิดอีกแบบว่าฉันต้องยืนยืนหยัด ฉันไม่ผิดจะโดนขังกี่ปีก็ก็ต้องยืนหยัดก็ แบบพี่สมยศก็ก็น่านับถือ >> อืก็น่านับเออก็นับถือแต่ถามว่าแล้วแล้ว จะใช้ว่าเพราะมีคนยืนหยัดแบบพี่สมยศไอ้

วิธีการแบบอาจารย์สุรชัยที่เอ้ยรวมคดีมา เลยฟ้องเลยฉันจะขออภัยโทษทันทีเนี่ย มันผิดหรอ >> เออบางบางคนเอาไปเทียบกันเอาไปเปรียบ เทียบกันแล้วก็ประนามฝ่ายนึงว่าเฮ้ยทำไม ไม่ยืนหยัดวะไม่ได้ทำผิดทำไมไม่ยืนหยัด ให้มันสุดแบบพี่สมยศวะ >> อื >> เออไม่ได้ทำผิดทำไมไม่ยืนหยัดให้สุดแบบ นายอานนท์วะอะไรแบบคือมันไม่ต้องไปเปรียบ เทียบกันหรอกเค้าเป็นเหยื่อทั้งคู่อืไม่ ว่าจะแบบอาจารย์สุรชัยก็คือยุติการต่อสู้ คดี >> อื >> ให้ออกไวๆ นะฮะหรือว่าจะเป็นแบบยืนหยัดยาวสุดป้าย แบบพิสยศมันมันก็คือการต่อสู้เหมือนกัน ทั้งนั้นแหละเออไอ้ไม่ใช่แบบไปลัทธิโทษ

เหยื่อคือคิดว่าเนี่ยมันต้องแบบพี่สมยศ เท่านั้นต้องแบบทนายอานนท์เท่านั้นถึงน่า นับถือไอ้คนที่แบบไปรับสารภาพรีบออกเป็น พวก น่ารังเกียจอะไรแบบนั้นไม่ใช่มันคือ เหยื่อเหมือนกันทั้งหมด >> อื >> นะฮะแต่ดังนั้นเมื่อเราเปรียบเทียบกัน 2 แบบนี้แล้วคือมันไม่ต้องไปเปรียบเทียบผม ก็เลยมองว่าจริงๆแล้วถ้าเรายึดหลักการยึด หลักการเนี่ยถามว่าคุณคุณโต้แย้งหลักการ ทนายประเวทได้มั้ล่ะผู้พิพากษายังโต้ไม่ ได้เลย เออแต่นะฮะ ถ้าสมมุติทุกคนที่โดน 1 2 เอาแบบทนาย ประเวทกันหมดทนายมันตกงานไง >> เป็นงานไป >> อ้าก็มันต้องมันต้องถอนทนายก็คือไม่เข้า

ร่วมกระบวนการน่ะเข้าใจมั้ย >> อื >> เออมันต้องถอนทนายไม่แต่งทนายเข้าร่วม กระบวนให้มึงตัดสินไปฝ่ายเดียวเลยเพราะ มึงเป็นลูกน้องของไอ้ไอ้คนที่กูหมิ่นอยู่ แล้ว >> อื >> เออมันคือหลักการแบบนั้นแล้วเมื่อถ้า ศูนย์ทนายไม่มีงานทำทนายตกงานมันก็มันก็ เค้าเรียกอะไรงานรณรงค์ต่างต่างเค้าก็ถือ ว่าเค้าไม่ได้ทำเค้าก็ไม่เอาไม่เอาแนวทาง นี้ >> อื >> เออ แต่ผมยืนยันว่าจริงๆอ่ะประชาชนไทยเนี่ย ชนะไปแล้วมาตรา 112 แต่ถูกเค้ากดไว้ให้ไม่เห็นชัยชนะนี้ ให้ไปเดินทางที่พ่ายแพ้ต่อ ให้ไปเดินทางที่เข้าร่วมกระบวนการกับเขา ต่ออืซึ่งมันก็จะแพ้วนไปอย่างนี้ต่อไปถ้า

ถ้ายังเล่นกับเขาเหมือนกันถ้าถ้ายังเล่น กติกาโจรคุณก็จะแพ้กติกาโจรต่อ >> อื >> เออถ้าไม่เปลี่ยนมันสักทีหรือว่าถ้ามัน ไม่งัดให้มันสุดทักทีมันก็มันก็ไปอย่าง เงี้ต่อเรื่อยๆอีก 10 ปี 20 ปีก็สู้คดี ไม่ได้ประกันอย่างี้แหละเพราะอะไรเพราะ 20 ปีที่แล้วก็ไม่ได้ประกันอย่างงี้ >> ไอ้คนหน้างานมัน ดำเนินกิจกรรมลำบากมั้ยเวลามันจะต้องไป สู้กับอำนาจรัฐพันลึกอย่างเงี้ย >> ก็ผมถามว่าแล้วแล้วทนายประเวทกับไอ้เจ้า หยงเนี่ยคนหน้างานมั้ย >> อืมก็ใช่อืทำไมมันจะต้องมีความกล้าหาญไม่ เท่ากันน่ะปัญหามันเกิดจากตรงเนี้ย >> อันนี้คือไม่รู้แล้วว่าทำไมคุณกล้าหาไม่

เท่ากัน >> เออ >> ผมไม่รู้ผมไม่ไปตัดสินด้วยแต่ว่ามันมีทาง ที่ชนะแต่คุณเลือกไปทางที่มันไม่ชนะอัน นี้ผมไม่เข้าใจ >> อืมอันนี้ผมไม่เข้าใจเพราะว่าอะไรทั้งๆ ที่ >> คือปัญหาก็คือว่าไอ้ฟังเนี่ยมันมันเหมือน ดูดีแต่ทำไมทนายมันไม่เอากัน >> ก็มันเดี๋มันตกงานไงเพราะว่าถ้าทนายเอา ด้วยทนายก็อาจจะโดนเล่นงานจากสภาทนายความ ใช่มั้ย >> อืม >> เออก็อาจจะเอ้ยเดี๋ยวถ้าไป >> ถอนใบ >> เออเดี๋ยวโดนถอนใบเดี๋โดนเสียอาชีพก็ก็ ไม่ไม่พร้อมจะเสี่ยงก็ก็เข้าใจได้ไม่อยาก เสียอาชีพ >> เฮ้อ[เสียงถอนหายใจ] >> เออแต่อย่างที่บอกถ้าถ้ามันมีทางที่ชนะ

แล้ว >> ถ้า >> ให้เห็นแล้วเนี่ย >> ถ้าไม่ใช้บริการทนายน่ะมันเป็นไปได้มั้ย เป็นทนายให้ตัวเองเนี่ย >> มันจำเป็นต้องมีความรู้ด้านกฎหมายมั้ย >> คือผมบอกแล้วว่าไม่ต้องแต่งทนายแต่มีที่ ปรึกษากฎหมายได้ >> อืม >> เออช่องนี้ทนายประเวทก็บอกมาว่าคือคุณไม่ ต้องแต่งทนายเข้าร่วมกระบวนการก็ได้แต่ คุณมีที่ปรึกษาทางกฎหมายส่วนตัวได้ >> อืม >> เออนะฮะคือผมผมกล้าท้านะพวกทนายคดี 12 มา ดีเบตกับผมได้นะ >> อื >> เออว่าอำนาจชาติแบบนี้มึงไปรับกัน ได้ยังไง กระบวนการแบบนี้ทำไมไม่ปฏิเสธ ถ้าผมเป็นทนายคดี 112 สิ่งแรกที่ผมต้องทำ คือปกป้องให้ลูกความผมได้รับการกระบวนการ ที่ผู้พิพากษามีความเป็นกลางมีความเป็น

ธรรมก่อนนี่คือสิ่งแรก ไม่ใช่ไอ้ผู้พิพากษาตัวไหนมากูก็รับ หมดว่านี่เป็นกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่ >> อืนะฮะถ้าผมเป็นทนายผมต้องปกขั้นแรกสิ่ง แรกที่ผมจะต้องปกป้องลูกความ 112 ผมก็คือ ว่าเฮ้ยไอ้ผู้พิพากษาคนเนี้ยเป็นกลางมั้ย ระหว่างคู่กรณี >> อืม >> เออลูกความผมมีสิทธิ์ที่จะได้รับการ พิจารณาจากผู้พิพากษาที่เป็นกลาง อ่ะถ้ายืนหลักนี้นะ ลูกความผมต้องได้รับการพิจารณาจากผู้ พิพากษาที่เป็นกลางดังนั้นถามก่อนว่าไอ้ ผู้พิพากษาที่มาพิพากษาคดี 112 เนี่ยมึง จงรักภักดีกับไอ้วชิราลงกรณ์ที่คู่กรณี ที่ถูกดูหมิ่นมั้ยมันก็ต้องตอบว่าจงรัก ภักดีอ

อือ >> อ่ะแล้วมึงจงรักภักดีกับลูกความกูมั้ย ที่ถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นนายมึงเนี่ย >> มันไม่มีเหตุให้ต้องจงรับภักดีเนี่ย >> ก็ก็แปลว่ามึงไม่ได้มึงไม่ได้เป็นกลาง ตั้งแต่แรกไงเพราะมึงจงรักภักดีกับคู่ กรณีฝ่ายนึงอยู่ >> อืออื เออในเมื่อคุณยืนยันว่าคุณจงรักภักดีกับ คู่กรณีที่ถูกดูหมิ่นแต่คุณยืนยันว่าคุณ ไม่ได้จงรักภักดีกับคู่กรณีที่ถูกกล่าวหา ว่าหมิ่นก็ต้องยื่นเปลี่ยนผู้พิพากษาครับ ยื่นเค้าเรียกว่าอะไรนะเอ่อเปลี่ยนตัวผู้ พิพากษาถ้าไป >> มันมีมันมีหลักของทนายอยู่ว่าคุณสามารถ ยื่น >> เอ่อคัดค้านเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาได้ถ้าไป พบว่าผู้พิพากษาภาษาคนนี้คนนี้เนี่ย

 อื >> มีความสัมพันธ์เอ่อด้านใดด้านหนึ่งกับกู้ กรณี >> อ >> กู้ความฝั่งนึงเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกเป็นเมียเป็นสะใภ้เป็นหลานเป็น เหลนกับคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เออก็ต้องยื่นเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาจนกว่า จะได้ผู้พิพากษาที่ไม่มีความสัมพันธ์กับ คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยหลักนี้เนี่ย ถ้าสมมุติผมเป็นทนายคดี 1 2 ผมก็ต้อง ตั้งคำถามก่อนว่าไอ้พูดเป็นภาษาคนเนี้ยจง รักภักดีกับคนที่ถูกดูหมิ่นในคดีมั้ยแล้ว จงรักภักดีกับลูกความเรามั้ยเออซึ่งได้คำ ตอบอยู่แล้วว่ามึงจงรับภักดีกับกู้กรณี อีกฝ่ายนึงแค่คนเดียวไม่ได้มาจงรับภักดี

กับลูกความกูก็มึงไม่เป็นกลางแต่แรกเนี่ย ถ้าถ้าตรวจพบว่าคุณไม่เป็นกลางก็ต้องถูก เปลี่ยนตัวก็ต้องยื่นยื่นคัดค้าน >> มันเคยมีเคสเกิดขึ้นแล้วใช่มั้ย >> มีทนายอานนท์เองก็เคยเจอเคสที่เชียงใหม่ เรื่ความเป็นกลางของศาลเนี่ยถ้าศาลไม่ เป็นกลางก็ยื่นขอเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาขอ ยื >> ไม่เป็นกลางอีกก็เปลี่ยนอีก >> เออยื่นคัดคั้นจนกว่าจะได้ผู้พิพากษาที่ มึงจงรักภักดีทั้งกับทั้งในในหลวงแลก็ไอ้ ตัวคนถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่น >> ก็คือประชาชน >> เออมึงต้องจงรับภักดีกับทั้งคู่เท่ากัน >> อื >> เออไม่ใช่มาตัดสินคดีหมิ่นหมิ่นประมาทคดี

ด่าทอแล้วมึงจงรับภักดีกับไอ้คนถูกด่า อยู่คนเดียวมึงไม่ได้จงรับภักดีกับไอ้คน ด่า >> ก็เลยไม่เป็นกลาง >> ก็เลยไม่เป็นมันจะเป็นการ[เสียงกระแอม] ได้ยังไง >> เออดังนั้นถ้าผมเป็นทนาย >> ไอ้นี่มันเป็นออโต้ใบแอดมั้ย >> มันเป็นออโต้ใบแอดไงนี่คือนี่คือจุดอ่อน ของกฎหมายมาตรา 112 คือออโต้byบแอด >> อืออือ >> มันไม่สนว่าเป็นใครแต่ว่ามันถูกแต่งตั้ง มาจากคนที่มันถูกหมิ่นในคดีเนี้ย >> คือมันมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ยัง ไงมึงก็ต้องจงรักภักดีอ่ะ >> เออ >> มาทางนี้แล้ว >> เออมาทางนี้แล้ว >> อืมอืม ก็ดังนั้นผมเลยมองว่ามันมีทางที่ ปกป้องสิทธิ์ของลูกความให้ได้รับการ

พิจารณาจากกระบวนการยุติธรรมที่เป็นกลางอ >> แต่ทนายสิทธิ์ต่างๆมึงข้ามเรื่องนี้ไป ข้ามเรื่องนี้ไปยอมรับกระบวนการตั้งแต่ แรก >> อื >> ถูกมั้ย >> อื >> ผมเลยกล้าท้าดีเบตไงไม่ว่างถึงถึงมวลไม่ เคยเรียนกฎหมายไม่เคยเรียนทนงทนายอะไรมา ก็ตามนั่นแหละแต่ประเด็นนี้เป็นประเด็น เรื่องหลักการและอ >> สิ่งที่ทนายประเวททำเป็นหลักการที่ถูก มันเป็นศาลของเจ้าแล้วอยู่ดีๆจะให้ลูก ความเข้าไปอยู่ในศาลที่ไม่มึงไม่มีทางชนะ ได้ไงอ่ะใช่ป่ะ >> อืม และในเมื่อมันมีช่องนี้อยู่ข้อเสนอต่อมา ที่ทนายประเวท ยื่นเอาไว้เพื่อให้มันมีมันมีทางออกที่ เป็นจริงเป็นไปได้ก็คือว่า

อ >> เสนอว่าถ้าคุณจะมีมาตรา 112 อยู่มาตรานี้ ต้องเลือกคณะลูกขุน >> อืม >> นะต้องจัดทำกฎหมายว่าถ้าคุณยังมีมาตรานี้ อยู่ตามหลักเนี่ยมันคุณพิพากษาไม่ได้ถ้า คุณไม่ได้เป็นการแต่แรกถ้ายังจะต้องการ ให้มีมาตรานี้อยู่คุณต้องจัดตั้งคณะลูก ขุนมาพิจารณาคดีเท่านั้นเพราะคณะลูกขุน >> ทั้งหลายเหล่านี้เนี่ยต้องยืนยันว่าไม่ ได้จงรับภักดีแค่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แบบที่ไอ้ผู้พิพากษาทุกวันนี้มันเป็น >> อืม >> ดังนั้นถ้าสมมุติว่าทนายของจำเลยคดี 112 คุณข้ามประเด็นนี้ได้ผมก็ถือว่าผมตีเก๊ หมดอ่ะไม่ได้ไม่ไม่ได้ตีเก๊ขออภัยผมถือ

ว่าคุณไม่กล้าหาญพอที่จะยืนยันหลักการนี้ >> อืนั่นแหละนั่นแหละสื่อ >> ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากพอที่จะ ยืนยันหลักการว่าลูกความของฉันต้องได้รับ การพิพากษาจากตุลาการที่เป็นธรรมตุลาการ ที่เป็นกลางคุณไม่มีความกล้าหาญพอจะยืน ยันหลักการนี้ให้ลูกความผมตีเก๊ >> ในคดี 112 >> อืคดี 112 อาจจะไม่ตีเก๊หรอกก็มาดีเบตกันถ้าหลักการ คุณถูกกว่ามาดีเบตกัน ไม่ว่าจะทนายคนไหนก็ตามอ่ะแต่ทนายชื่อดัง ทนายในศูนย์ทนายสิทธิ์มาดีเบตกันว่า สิทธิ์ในการได้รับการพิจารณาจากกระบวนการ ที่ผู้พิพากษาเป็นกลางระหว่างคู่กรณี เนี่ยเป็นสิทธิ์ที่คุณควรปกป้องให้ลูก

ความคุณมั้ย >> อืม มันน่าเสียดายว่าทนายประเวทแกไม่สามารถไป ว่าความในคดีต่อได้เพราะว่าแกมีอาการ อัมพาตอัมพฤกษ์ >> ครึ่งซีกใช่มั้ล่ะ >> เอ่อเดินเหินยังไม่สะดวก >> อื >> ถ้าสมมุติสมมุติแกสามารถยังว่าความต่อได้ เพราะคิดแกมีบัตรทนายแกก็ต้องไปยืนยัน หลักหลักการนี้แหละหลักการเดียวกันที่ว่า นี่แหละว่าลูกความฉันต้องมีสิทธิ์ได้รับ การพิพากษาจากกระบวนการที่เป็นกลาง ระหว่างคู่กรณี เออ นะฮะผมท้าดีเบตทนายที่ทำคดี 12 ทุกคนเลย ว่านี่เป็นสิทธิ์ของลูกความของคุณมั้ยที่ คุณต้องปกป้องเค้ามั้ย >> ส่วนมากลูกความจะทำทุกอย่างที่ทนายแนะนำ >> ก็แล้วถ้าทนายไม่สู้ก็พาไปไม่สู้เหรอ

ก็ที่ผ่านมามันเป็นอย่างงั้นมั้ล่ะ >> อ้าวก็ผมถึงได้บอกว่าถ้าในเมื่อคุณเลือก ทางแบบนี้แล้วคุณจะหวังผลที่มันจะชนะยัง ไงล่ะ >> อ >> เลือกทางที่จะแพ้แต่แรกแล้วจะหวังผลชนะ ยังไงแล้วพอแพ้มาก็มาโวยวายไง เอ้ยทำไมไม่มีใครสนใจเลยทำไมไม่มีกระแส สังคมไม่สนับสนุนเลยเ้าก็ก็ทำไมเลือกทาง ที่แพ้ล่ะ >> หมายความว่าทนายพาไปแพ้ >> ทนายไม่ปกป้องลูกความให้ได้รับกระบวนการ ยุติธรรมที่มันเป็นกลาง >> อ >> อืม อ่ะพี่น้องที่เพิ่งเข้ามาก็ทักทายสวัสดี สวัสดีนะครับนะฮะเออท้านายมันก็กลัวอำนาจ มืดกลัวอะไรกลัวอำนาจก็ถึงได้บอกถ้าถ้า กลัวงั้นอย่าไปคิดว่าจะชนะง่ายๆเออถ้ายืน

ไม่กลัวจนไม่กล้ายืนยันหลักการที่มันถูก ก็ >> อื >> ถ้าทนายไม่กล้ายืนหลักการที่ถูกแล้วลูก ความจะกล้ามั้ล่ะแล้วถ้าคุณไม่กล้าแล้ว สังคมจะกล้ายืนไปกับคุณมั้ล่ะ >> อือืมนะนะก็นี่แหละฮะ มันเป็นความแตกต่างระหว่างคนหน้างาน >> อืม >> ไม่ใช่ความแตกต่างระหว่างคนหน้างานครับผม มองว่า เรื่องที่ทางในสังคมอ่ะ เพราะว่าคนที่เขายืนหลักการชนะก็คนหน้า งานมั้ยล่ะ >> ระบอบไม่ปกติไอ้จะทำอะไรที่มัน ตามปกติและหลักการและความเป็นไปได้ น้อยอ่ะคุณพูดถูกหมดดีหมดถูกหมด แต่ไอ้ดูหน้างานระบอบ >> ในเมื่อถ้ามันถูกแล้วคุณไม่ยืนยันแล้วใคร จะยืนยันกับคุณว่ามันไอ้สิ่งนี้มันไม่ เป็นธรรมอ่ะเออ

รู้อยู่แก่ใจว่าไอ้ที่ผมพูดที่ทนายประเวท พูดมันถูก >> อื >> แต่คุณไม่กล้ายืนกับเขาอ่ะ >> อื >> แล้ววันไหนคุณจะชนะ >> เราก็เลยไปพูดถึงความกล้าหาญ >> ถึงได้พูดต้องพูดว่าความกล้าหาญทาง จริยธรรมของไอ้พวกทนายศิษย์ที่ทำคดี 112 เนี่ยคุณมีความกล้าหาทางจริยธรรมมากพอแบบ ทนายประเวทมที่จะปกป้องลูกความคุณว่าต้อง ได้รับการพิจารณาจากกระบวนการที่ผู้ พิพากษาเป็นกลางระหว่างคู่กรณีอ >> อืม >> 2 ฝั่งในคดี แล้วทำไมทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ เพราะมันทำคนเสียเวลา >> อืม >> มันทำคนเสียเวลาชีวิตมันทำคนเสียโอกาสใน ชีวิต >> แล้วถ้าไม่มีทนายทนายไม่เอาอ่ะ 112 หมด

เนี่ยมันจะต้องอย่างงั้นจะต้องอย่างี้เอา ตัวเข้าไปเสี่ยงแล้วแล้วก็ลูกความจะทำยัง ไงต่อไปไม่ต้องมีทนายได้มั้ยจะต้องพึ่งพา อาศัยใคร >> ก็ถ้าศึกษาหลักการมากพอละเอียดพอคุณยืน ได้แบบเจ้าหยกเจ้าหยกต้องมีทนายมั้ย >> หันหลังให้ศาลเนี่ยต้องมีทนายสักคนมั้ย >> อื >> เออมันอยู่ที่ความอยู่ที่ความจริงใจของ คุณว่าคุณคุณสู้สุดมั้ยคุณสู้กับเรื่อง นี้คุณสู้สุดมั้ยถ้าถ้าถ้าสู้ไม่สุดแล้ว จะไปหวังผลชนะที่มันเพเfคเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลยแต่ถ้าคุณสู้สุดแบบทนาย ประเวทแล้วแล้วไอ้ศาลยังตัดสินคุณให้ โดนขังอีกแบบนี้ยิ่งประจานมันยิ่งประจาน ศาลัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *