สวัสดีค่ะท่านผู้ชมคะขอต้อนรับนะคะท่าน ผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของรายการสีสันการ เมืองแบบเด้งๆนะคะวันนี้เราเริ่มต้นราย การกันด้วยเพลงชนะความจริงชนะทุกสิ่งนนะ คะซึ่งเป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นนะคะก็เป็นทีมงานเดิมล่ะค่ะที่เคย แต่งเพลงน่ะนะคะเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนะคะซึ่งนัก ร้องที่เราได้เห็นเนี่ยก็จะมีคุณฟ้าคราม นะคะกบมโนแล้วก็อาตถึงแกค่ะซึ่งไหนๆวัน นี้น่ะนะคะท่านผู้ชมคะก็เป็นที่รู้กันว่า เป็นวันเฉลิมพระชมพรรษาของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวซึ่งพระองค์ท่านนั้นก็มี
พระชนม์มายุได้ 74 พรรษาแล้วน่ะนะคะวัน นี้เราก็เลยจะมาพูดคุยกันกับประเด็น เรื่องในหลวงของเราค่ะผ่านมุมมองนนะคะของ นักวิชาการท่านนึงซึ่งมีจุดยืนชัดเจนใน ความจงรักภักดีน่ะนะคะแล้วก็เทิดทูลใน สถาบันพระมหากษัตริย์และอาจารย์ท่านนี้ ค่ะก็มักจะเป็นผู้ที่ออกมาให้ความรู้และ ก็มุมมองน่ะนะคะผ่านเ่อการปฏิบัติในแง่ ของพระราชกรณียกิจนะคะของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวให้สาธารณชนเนี่ยได้รับทราบ กันอยู่บ่อยครั้งและวันนี้ล่ะค่ะก็จะได้ มาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของในหลวงของ เราค่ะวันนี้แขกรับเชิญพิเศษนันะคะรอง ศาสตราจารย์ดร.อนุศักวรวิตค่ะสวัสดีค่ะ
อาจารย์คะ >> สวัสดีครับพี่เด้ง >> ค่ะอ่ะต้องให้อาจารย์ได้พูดถึงพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรากันนิดนึง ค่ะ >> คือพระเจ้าอยู่หัวท่านก็เป็นทหารเนาะ >> อืค่ะ >> คือเป็นเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นทหาร จริงๆอ่ะนะครับ >> คือในยุครัตนโกสินทร์เนี่ยนะครับพระเจ้า แผ่นดินที่ออกไปรบในสนามรบเลยนะในรัชกาล สงครามตามไปถือดาบถือปืนเนี่ยก็จะมีอยู่ 3 พระองค์ตอนรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็คือพระ พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชนะครับพระ พุทธเลิศลล่านภาลัยแล้วก็พระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วหลังจากนั้น เนี่ยพระเจ้าแผ่นดินก็เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ที่ต้องเรียกว่าทรงเอาชนะศึกโดยไม่ต้องทำ
สงครามก็คือทรงรักษาบ้านเมืองด้วยพระ ราชวิทยโสบายทางการทั่วไปแต่ว่าแล้วแล้ว เราก็มีพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ หัวซึ่งท่านเป็นทหารลงไปรบจริงๆที่ชายแดน >> ไปถือปืนนอนอยู่ในในสนามเพราะนะฮะเพราะ ว่าก็ทรงไปเรียนทหารที่ดันทรูนแล้วก็รบ กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์นะครับ >> เอ่อความที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงเป็น ทหารก็จะมีพระอุปนิสัยแบบทหาร >> ค่ะ >> นะครับซึ่งก็เราก็อาจจะไม่ชินนะ >> อื >> เราอาจจะไม่ชินแต่เราก็รู้แหละว่าพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นจอมจอมทัพไทย >> ค่ะ >> แล้วก็มีพระนิสัยบางอย่างซึ่ง หลายคนก็อาจจะรู้สึกว่าทำไมท่านเป็นคน นิ่งเงียบอย่างี้
อื >> ไม่ >> ค่ะ >> ไม่ไม่ตอบโต้ไม่พูดไม่ >> ไม่ใช่แค่ไม่ค่อยพูดนะ >> อื >> สั่งข้าราชบริพารไม่ให้พูดไม่ให้ ประชาสัมพันธ์อีก >> ค่ะ >> ก็เลยบางคนก็จะรู้สึกว่าเออทำไมท่านแบบ นี้แต่ก็นี่ก็เป็นพระนิสัยคือต้องบอกว่า พระเจ้าแผ่นดินแต่ละพระองค์ท่านก็มีความ เป็นตัวของตัวเองอ่ะนะครับแต่ว่า >> สุดท้ายพระเจ้าแผ่นดินท่านก็เป็นหลักชัย ของแผ่นดิน >> นะครับด้วย >> ประมุขศิลปซึ่งก็แต่ละพระองค์ก็จะมีความ แตกต่างกันไปซึ่งความแตกต่างเนี่ยบางทีก็ เป็นความแตกต่างที่ผมว่าเหมาะสมกับยุค สมัยของบ้านเมืองนะ >> นี่ในยุคสถานการณ์ >> ในในยุคนึงในสถานการณ์นึงซึ่ง
ซึ่งบ้านเมืองก็จะต้องการพระเจ้าแผ่นดิน ที่แตกต่างกันไป >> นะครับอย่างเอ่อตอนรัชกาลที่ 3 เนี่ยท่าน ก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินค้าขายเก่ง >> อื >> เก็บเงินอย่างเดียว >> ค่ะ >> แล้วก็ทำสร้างวัดอะไรอย่างเงี้ยนะครับเรา ก็ไม่ได้คิดว่าเอ้ยเงินที่ท่านเก็บมันจะ ได้เอามาใช้ตอนรัชกาลที่ 5 >> ค่ะ >> ในขณะที่รัชกาลที่ 5 ท่านเป็นพระเจ้าแผ่น ดินที่ชานฉลาดในเชิงการเมืองระหว่าง ประเทศซึ่งก็เหมาะกับเหมาะกับเวลายุคยุค สถานการณ์นั้นอะไรอย่างเงี้ยนะครับ >> ทีนี้ในยุคสมัยเนี้ยซึ่งก็มีปัญหาเรื่อง ความมั่นคงโลกกำลังเป็นโลกที่จะเต็มไป ด้วย
สงคราม >> ค่ะ >> นะครับผมว่าเรามีพระเจ้าแผ่นดินเป็นทหาร ในเวลานี้ก็ก็เหมาะสมกับสถานการณ์ดีทุก ประการน่ะนะครับ >> ค่ะทีนี้คนมักจะชอบเปรียบเทียบระหว่าง ในหลวงรัชกาลที่ 10 กับเอ่อพระราชบิดาของ อ >> พระองค์ท่านน่ะค่ะ >> อต้องต้องบอกว่าเรื่องการเปรียบเทียบมัน เป็นธรรมดาของมนุษย์น่ะนะครับแต่ว่าจริงๆ เราคงเอาใครไปเปรียบเทียบกับใครไม่ได้ หรอกเพราะว่าทุกคนก็มีความ >> เป็นตัวของตัวเอง >> นะครับอย่างผมก็ไม่ชอบให้ใครเอาตัวผมไป ต้องไปเปรียบเทียบกับใครอ่ะนะครับ >> แต่ผมจะบอกว่า มีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นึงท่านเคยทรง
เขียนระบายความในพระทัยเนี่ยนะครับเรื่อง ที่ทรงถูกเปรียบเทียบกับสมเด็จพระ บรมชนกนาถ >> ตลอดเวลานะครับก็คือพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว >> เอ่อ[เสียงหัวเราะ]ท่านมีครูซึ่งเอ่อชื่อ มิสเตมินะฮะ >> มิสเตมิเนี่ยเป็นครู >> ที่เป็นครูดูแลในหลวงรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ ยังเป็นเจ้าฟ้ามหาวิชราวุฒิไปเรียนที่ที่ publicับ school ที่อังกฤษค่ะ >> แล้วก็ดูแลมาจนกระทั่ง >> พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เป็นพระเจ้า แผ่นดินแล้วความเป็นครูกับลูกศิษย์ที่ดู แลกันมาตลอดเนี่ย >> ในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านเขียนจดหมายนะฮะหา ครู >> ตลอดเวลาว่า
It’s hard to follow a great manั้นบอกว่าเป็นเรื่องยากลำบากเหลือเกิน ที่จะตามรอยพระยุลบาทมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ อย่างรัชกาลที่ 5 นะแล้วก็บอกว่าเ่อท่าน ก็พยายามทำให้ดีที่สุดนะครับแล้วก็บอกว่า ไอ in name I am their king ในนาม เนี่ยฉันเป็นพระเจ้าแผ่นดิน but in fact I am their servant แต่ในความในข้อ เท็จจริงฉันเป็นคนที่ต้องรับใช้ประชาชนนะ ครับคือตอนรัชกาลที่ 6 เนี่ยนะครับเนื่อง จากรัชกาลที่ 5 ท่านครองราชย์ยาวนานที่ สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย >> ในยุคนั้น 40 กว่าปี >> นะครับแล้วก็เป็นรัชสมัยที่หน้าสิวหน้า
ขวานจะสูญเสียเอกราชแล้วบ้านเมืองก็ >> โมเดอร์ไนช ไปอย่าง >> สารพัดนะครับแล้วก็ >> ไม่มีใครคิดว่าพระพุทธเจ้าหลวงจะสวรรคต >> อืออ >> ทุกคนก็ก็ทำใจไม่ได้กระทันหันแล้วก็พอ เปลี่ยนแผ่นดินเนี่ยนะครับก็ก็เกิดการ เปรียบเทียบเพราะว่าอยู่ในแผ่นดินเก่ามา ยาวนานนะครับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ท่านก็ทรงรับรู้นะไม่ใช่ไม่ไม่ได้ทรงไม่ รับรู้นะครับไอ้พระราชหัถเลขาชุดเนี้ย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเนี่ยเคยเคยเอามา พิมพ์ทั้งเล่มเลยเป็น >> ลายพระหัตถ์รัชกาลที่ 6 ผมนั่งทั้งเล่มก็ จะมีความในพระทัยทั้งหมดของในหลวงรัชกาล ที่ 6 นะครับท่านก็ >> ทรงพยายามทำให้ดีที่สุดตามที่สมเด็จพระ
บรมชนกนาถท่านได้เคยทรงทำมานะครับอันนี้ กลับมาเปรียบเทียบในปัจจุบันเนี่ยนะครับ >> ค่ะ >> เอ่อสถานการณ์เนี่ยอาจจะยิ่งกว่าสมัย รัชกาลที่ 5 มาเปลี่ยนผ่านแผ่นดินเป็น รัชกาลที่ 6 อีกเพราะว่า >> พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนี่ยครองราชย์ตั้งแต่ยังเป็นยุกษัตริย์ >> แล้วก็ >> 70 ปีแห่งรัชสมัยคือยาวนานที่สุดอ >> นะครับคือเคยยาวนานที่สุดในโลก >> ค่ะ >> แล้วก็มาเป็นสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธ >> ที่ยาวนานกว่าสัก 2-3 ปีอ่ะนะครับ >> แต่ว่า 70 ปีของรัชสมัยของในหลวงรัชกาล ที่ 9 เนี่ย >> อืประเทศไทยเนี่ยเปลี่ยนจากประเทศด้อย พัฒนาเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาแล้วก็ไปติด
กับหลักรายได้ปานกลางต้นรัชกาลที่ 9 เนี่ยอายุไขเฉลี่ยคนไทย >> อ >> อยู่ที่ 45 ปี >> ค่ะ >> ในยุคนั้นบ้านเมืองไม่เจริญคนไทยอายุสั้น แล้วก็ไปที่ไหนก็มีแต่ฝุ่นแดง >> อ >> ทางทุรกันดารมากแล้วมีโรคระบาดสารพัด >> นะครับ[เสียงสูดหายใจ] >> เอ่อวันนี้คนไทยอายุอายุเฉลี่ยผู้หญิง เกือบ 80 ปี >> แปลว่าอายุไขเฉลี่ยคนไทยเนี่ยเพิ่มขึ้น จาก 45 มาเป็นเกือบ 80 ปี >> บ้านเมืองเปลี่ยนไปเยอะมากนะครับแล้วเรา ก็ >> อยู่ในแผ่นดินของรัชกาลที่ 9 มายาวนานนะ ครับ >> เพราะพอเปลี่ยนผ่านมาเนี่ยนะครับนะแน่นอน ว่าเป็นคนละพระองค์ >> อ >> เพราะฉะนั้นเนี่ยเอ่อวิธีการพระอุปนิสัย
ก็ก็ย่อมไม่เหมือนกันน่ะนะครับ to be fair คนเราก็ไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้สมควรจะ ไปเปรียบเทียบใครกับใครเพราะว่าแต่ละคนก็ มีความยูิของตัวเองอยู่แล้ว >> แต่สิ่งหนึ่งที่ >> พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทรงสืบทอด ต่อกันมาก็คือก็ทรงบอกว่าตามพระราชนิพนธ์ อนิราฎท่าดินแดงของเ่อรัชกาลที่ 1 อ่ะนะ ครับตั้งใจจะอุปถัมภกยอยกพระศาสนาป้องกัน ขอบขันทศีมารักษาประชาชนและมนตรีพระเจ้า แผ่นดินทุกพระองค์เนี่ยตั้งทุกรัชกาลท่าน ก็คือการอะไร[เสียงสูดหายใจ]อ่ะรับพระ มหาพิชัยมงกุฎมารับแผ่นดินมาเนี่ยท่านถือ ว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องรักษาแผ่นดิน
รักษาประชาชนน่ะนะครับแต่ว่าแต่ละคนก็ก็ มีวิธีการที่แต่ละพระองค์ก็มีวิธีการที่ แตกต่างกันไปนะครับการจะไปเปรียบเทียบกัน ผมว่าก็อ >> พี่น้องกันก็ยังชอบโดนเปรียบเทียบอ่ะพ่อ ลูกก็เป็นเป็นเรื่องธรรมดานะครับถามว่า >> ความในพระทัยของในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่าน จะทรงรู้สึกยังไงมั้อันนี้ผมไม่ทราบแต่ สิ่งที่ทรง >> เอ่อมีท่าทีตลอดก็คือทรงพยายามอย่างยิ่ง ที่จะทรงสืบสารรักษาต่อยอดนะครับแต่ถาม ว่ามีบางอย่างที่ทรงมีความเป็นพระองค์เอง มั้ย >> ก็มีนะครับบางอย่างที่ไม่ได้ทรงทำเหมือน ในหลวงรัชกาลที่ 9 >> อือ >> ก็มี >> ค่ะ >> นะครับแล้วบางอย่างนะครับ >> อื
ที่เรียกว่าในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 เนี่ยก็ ทรงเห็นในฐานะสมเด็จพระบรมโอราชาธิราช >> สยามกุฎราชกุมาร >> อื >> แล้วก็ ทรงทรงรับรู้อยู่อย่างเงียบๆด้วยความ >> จะทรงพอพระทัยหรือไม่พอพระทัยผมไม่ทราบนะ ฮะผมผมยกตัวอย่างอ่ะนะครับบางเรื่องนะ ครับผมว่าได้ยินเลยจากผู้ใหญ่ว่าพอ ทรงรับหน้าที่เนี่ยนะครับ >> อื >> ทรงบอกว่าต้องกวาดบ้านก่อนต้องปราบโกง >> อื >> ข้างในราชสำนักก่อน >> ค่ะ >> ซึ่งซึ่งเราก็เห็นน่ะอย่างที่ตอนนั้น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ >> ก็มีเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินเนี่ย วิ่งไปรับสินบน 20 ล้าน >> อื
จะเอ่ออ้างว่าจะให้ที่ตรงที่เป็นองค์การ โทรศัพท์ตรงเพลินจิตนะฮะ >> รับมาจากคุณอะไรนะชื่ออะไรน่ะไม่อยากเอ่ย ชื่ออ่ะแซ่จริงอ่ะ >> นั่นน่ะน้องชายไอ้ตี๋อ่ะนะฮะ >> อ่ะก็ท่านก็ดำเนินคดีส่งให้สำนักงาน ทรัพย์สินดำเนินคดีค่ะ >> จนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สิน >> 2 คนนั้นน่ะไป >> เปลี่ยนบ้านอยู่ชั่วคราวอ >> นะอ >> อ่าอันนี้ท่านก็เห็นแต่ท่านก็ >> อ่ะถึงถึงเวลาท่านจะต้องจัดการท่านก็ทรง จัดการ >> อือ >> อ่าด้วยวิธีการ >> อ่ามีความเด็ดขาดก็แบบทหารน่ะนะครับ >> เพราะฉะนั้นจะให้เหมือนกันทุกอย่างก็ก็ เป็นไปไม่ได้นะครับ >> อันนี้เป็นที่มาด้วยมั้ยคะกับการประกาศ
ประฐมบรมราชโองการของในหลวงรัชกาลที่ 10 สืบสารักษาต่อยอด >> คือคือการเรื่องเนี้ยเป็นเรื่องที่เอ่อคน ที่พูดได้มั่วที่สุดนะฮะชื่อคุณปิยบุตร แสงกนกุลนะฮะบอกว่าจะให้พระเจ้าแผ่นดิน เนี่ยไปปฏิญาณพระองค์ในสภา >> ในรัฐสภา >> นะครับซึ่งผมว่าตลกที่สุดนะฮะคือในพระ ราชพิธีบรมราชาภิเษกเนี่ยนะครับหลังจาก เอ่อทรงอะไรอ่ะมุมุรัทาภิเษกสงน้ำแล้ว เนี่ยนะครับอ่ารับการถวายนะฮะเอ่อที่เ่อ พระมหาพิชัยมงกุฎแล้วประทับพระที่นั่ง อุทิศ แล้วก็จะมีพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินแต่ละพระองค์ก็จะมีพระ ปฐมบรมราชโองการ มีพระปฐมบรมราชโองการ เนี่ยคือเป็นการประกาศสัจวาจา
นะฮะแล้วก็ประกาศสัจจะว่าจะทรง ก็คือเป็นการปฏิญาณพระองค์นั่นแหละแล้วก็ เป็นการปฏิญาณพระองค์ต่อหน้าทิศทั้ง 8 >> ค่ะ >> ก็คือเอ่อพระสงฆ์นะฮะสมณชีพราหมณ์เจ้านาย ขุนนางข้าราชการทหารนะครับซึ่งก็คือพระ แท่นอุทุมพรอรรถิที่เป็น 8 เหลี่ยมอ่ะนะ ครับ >> ไพร่ฟ้าประชาชนซึ่ง >> ครบองค์ประกอบยิ่งกว่ารัฐสภาอีก >> ค่ะ >> นะฮะว่าจะทรงปฏิบัติหน้าที่ยังไง >> อืคราวนี้การที่มีพระปฐมบรมราชองการ นะครับเอ่อซึ่งแทบจะมีเนื้อหาเดียวกันกับ พระปฐมบรมราชโองการ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นะครับว่าซึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านบอกว่าเราจะครอง แผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน
ชาวสยามท่านก็บอกว่าท่านจะสืบสารรักษาต่อ ยอดในสิ่งที่สมเด็จพระปฐมเอ่อพระ บรมชนกนาถได้ได้ได้เคยทรงไว้ตลอดรัชสมัย อันนี้ก็เป็นการสะท้อนเป็นการปฏิญาณพระ องค์ว่าจะทรงทำหน้าที่อย่างอ >> อย่าง >> เที่ยงตรงซื่อสัตย์สุจริต >> เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติของมหาชนชาว สยามแบบเดียวกับที่ >> สมเด็จพระบรมชนกนาถ ได้แต่มันเหมือนคณิตศาสตร์ >> คือ >> คือคณิตศาสตร์เนี่ยคำตอบสุดท้ายน่ะมีคำ ตอบเดียว >> แต่วิธีการได้คำตอบอ่ะค่ะ >> อ่าอ >> มันไม่ได้มีวิธีการเดียวนี่ >> ค่ะ >> นะครับเพราะงั้นวิธีการที่ในหลวงรัชกาล ที่ 9 ท่านทรงงานก็เป็นอีกวิธีนึงค่ะ
วิธีการที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงงานก็ เป็นเป็นอีกวิธีนึงไม่จำเป็นต้องเหมือน กัน >> ค่ะ >> ดูแค่ช่วงอายุก็เห็นน่ะ >> ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านครองราชอายุยังไม่ ทัน 20 เลย 10 กว่าๆ >> เป็นยุวกนะครับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลได้ 10 ท่านครองราชย์ตอนอายุเกือบ 70 >> อือื >> นะครับคนละเรื่องอ่ะ >> อ >> วิธีการของคนที่ยังเป็นเด็กขึ้นมาเป็น เจ้าแผ่นดินอีกคนนึงถ้าพูดจริงๆนะคนอายุ จะ 70 ก็ถือว่าเป็นคน >> คนอายุเยอะแล้วอ่ะเป็นคนชราแล้วนะครับ >> ขึ้นมาเป็นพระเจ้าแผ่นดินคุณจะเปรียบ เทียบพระเจ้าแผ่นดินหนุ่มอายุ 10 กว่าขวบ กับพระเจ้าแผ่นดินอายุ 70 ขวบมันก็ >> เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เหมือนกันครับ
อืก็เหมือนพระองค์ท่านเองจะเอ่อเอ่อมอบ หน้าที่ให้กับองคมนตรีเนี่ยแต่ละองคมนตรี ตามสาขาต่างๆคือเน้นหนักและทำงานหนักมาก กว่าองคมนตรีในยุคที่ผ่านมา >> ค่ะท่าน กระทั่งวิธีการแบ่งงานองคมนตรีก็ไม่ เหมือนสมัยรัชกาลที่ 9 นะผมเคยได้สนทนา กับท่านองคคมนตรีหลายท่าน >> ค่ะ >> ท่านแบ่งงานแบบทหารอือ >> ฮึคืออะไรคะ >> คือหมายความว่าสมัยรัชกาลที่ 9 เนี่ยอ >> องคมนตรีเนี่ยจะทำหน้าที่รวมๆกันได้ >> ค่ะ >> อ่าเช่นท่านสุรยุทธจุฬานนท์ท่าน >> ดูแลโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชอ >> ด้วยก็คือดูเรื่องสาธารณสุขด้วย >> ท่านอาจารย์เกษมวัฒนชัยท่านก็ดูเรื่อง
สาธารณสุขด้วย >> ค่ะ >> เพราะฉะนั้นเนี่ย >> เอ่อจะแบ่งงานกันทำเอ่อข้ามไปข้ามมาเป็น cross fังกชalteีม >> แต่ว่าในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่านไม่โปรด อย่างงั้นโดยเฉพาะเลย >> อ่าท่านก็จะแยกเลยว่า >> เรื่องการแพทย์และสาธารณสุขทั้งหมดนะ >> อือ >> อาจารย์เกษมวัฒนชัยคนเดียวเลย >> อ >> นะครับท่านสุรยุทธก็เลยไม่ไม่ต้องดู เรื่องโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชละ >> ค่ะ >> นะครับอ่ะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ อุดมศึกษา มหาวิทยาลัยก็จะเป็นท่านดาวพงษ์ >> อื >> นะครับอย่างเงี้ยเป็นต้นเพราะฉะนั้นท่าน ก็จะ >> เอ่อมีการแบ่งหน้าที่ตาม specialization
หรือความเชี่ยวชาญ ขององคมนตรีแต่ละท่าน >> อ่าแล้วก็ท่านจะทรงวางเลยว่าใคร >> ทำเรื่องอะไรแล้วท่านก็ทรงตามงานองคมนตรี เอ่อถามว่าทำไมท่านเอ่อทรงให้องคมนตรีทำ งานเยอะมากแล้วทรงตงานองคมนตรีในฐานะผู้ แทนพระองค์มากนะครับ >> ก็รัชกาลที่ 9 ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน อายุ 10 กว่าขวบ >> อือ >> นะครับท่านก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่เป็น เด็กแล้วก็เป็นหนุ่ม >> อือ >> พระสุขภาพก็ ดีแข็งแรงมากแต่ว่ารัชกาลที่ 10 ท่านเป็น พระเจ้าแผ่นดินอายุ 70 กว่า >> อื >> จะให้ท่านลุยงาน >> อือ >> เท่ากับสมัยที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อายุ 10 กว่าขวบ >> อื
มันก็เป็นไปไม่ได้อ่ะนะครับเพราะฉะนั้น ท่านก็ >> ก็เรียกว่าเป็นการแบ่งงานมีคนช่วยนะครับ แล้วท่านก็เอ่อใช้งานคนตามความถนัดแบ่ง หน้าที่ให้ชัดเจนแบ่งความรับผิดชอบให้ชัด เจนเพราะงั้นวิธีแค่วิธีทรงงานกับ องคมนตรีเนี่ยอ >> ยัง >> คนละยังคนละแบบเลยอ่ะนะครับ >> อื >> อ่าซึ่งก็ก็ไม่เหมือนกันน่ะนะครับ >> ค่ะแล้วพระองค์ท่านเนี่ยคือจะเห็นได้เลย ว่าไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวอย่างหลายงาน แล้วก็หลายวิกฤตที่เกิดขึ้นน่ะนะคะไป ประมาณเนี่ยคือเหมือนคนเนี่ยไปรู้กันเอา เองว่าความสำเร็จต่างๆที่เกิดขึ้นเนี่ยมา จากพระองค์ท่านที่คอยช่วยอยู่เบื้องหลัง >> เอาเอา 2 เรื่องแล้วกันที่ผมรู้แบบชัดๆนะ
ครับ >> เรื่องเรื่องแรกก็คือเรื่อง ถ้ำหลวง >> ขุนน้ำนางนอนนะครับ >> บังเอิญผมก็ >> สนิทกับคุณลุงประสานโอสธนกรซึ่งเป็นพ่อ ของท่านผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ค่ะ >> นะครับผู้ว่าณรงค์ศักดิ์เนี่ยเอ่อเป็นผู้ ว่าเชียงราย >> วันที่เกิดเหตุน่ะนะครับ >> แต่ว่าระบบการทำงานเนี่ย >> อื >> ที่มันเหลือเชื่อคือปกติเวลาเกิด >> เอ่อหายนะภัยขนาดนั้นเนี่ย >> มันไม่มีทางที่จะเป็น one man comm ได้ อ >> เอ่อแล้วก็ตัวผู้ว่านรงค์ศักดิ์เองก็ไม่ ได้สามารถ >> พอที่จะ Man comm ได้หรอก >> อันนี้ผมพูดตรงๆนะ >> ค่ะ >> กระทั่งการกันนักข่าวให้แถลงข่าววันละ 2
ครั้งได้ >> สั่งนักข่าวได้เหรอผู้ว่าที่ไหนจะจะนัก ข่าวจะเชื่อฟังแล้วแถลงครั้งเดียวแล้ว ข่าวไปในทิศทางเดียวกันแถลงชัดเจนทุก อย่างเนี่ยรวมศูนย์แล้วสั่งการจากที่ เดียวได้นะครับผมผมดูเสร็จเนี่ยผมก็บอกอื ไม่ใช่ผู้ว่าหรอก เข้าใจที่ผมพูดมั้ฮะ >> ไม่ใช่ผู้ว่าหรอกผู้ว่า >> ณรงค์ศักดิ์ท่านเป็นคนดีเป็นคนเก่งนะแต่ ท่านผู้ว่านรงศักดิ์ท่านไม่ได้มีบารมีพอ ที่จะอ่ะอันนี้ผมพูดตรงๆไม่ได้มีบารมีพอ ที่จะสั่งทุกอย่างทุกหน่วยงานทุกคนเชื่อ หมดอยู่ในระเบียบ >> ทำให้มันประสบความสำเร็จได้ขนาดนั้นอ่ะนะ ครับ >> อ >> นะแล้วก็ก็ประสบความสำเร็จจริงๆแล้ว
บังเอิญท่านผู้ว่านรงค์ศักดิ์ท่านก็เป็น คนที่มีความรู้ทางวิศวกรรมเพราะเป็น วิศวโยธาแล้วก็เรียนเรื่องSurveวย Engineer ก็มีความรู้แบบวิศวกรนัก วิทยาศาสตร์อ่ะนะครับ >> แต่ข้างหลังทั้งหมดเนี่ยก็ทุกคนก็จะรู้ กันแหละว่ามีผู้แทนพระองค์ >> อื >> ไปอยู่หน้าถ้ำ >> ค่ะ >> นะครับแล้วก็อยู่ข้างหลัง >> อือ >> ผู้ว่าท่านอยากได้อะไร >> อือ >> อยากติดต่อนักดำน้ำ >> อยากได้ถังออกซิเจนอยากได้อุปกรณ์อะไรนะ ครับก็มีผู้แทนพระองค์ >> อยู่หน้าถ้ำนะครับ >> จัดให้ >> จัดให้ >> คนจัดให้ก็ไม่ใช่ผู้แทนพระองค์หรอก >> อือ >> มีคนนึงอยู่ที่ >> อืค่ะ
แล้วก็คอย >> อ่า >> ไม่นอน >> นะฮะแล้วก็รับรายงานถวายขึ้นมาแล้วก็ >> ก็ทรงงานแบบ >> อื >> ไม่ไม่ให้ใครรู้ไม่ปรากฏตัว >> อื >> เงียบๆ >> ค่ะ >> นะฮะคนออกหน้าก็คือ >> อือ >> ท่านผู้ว่า >> อ่าแล้วก็ท่านก็โปรดอย่างงี้ >> ทำไมเออเนี่ยแปลกมากว่าทุกครั้งจนเดี๋ยว เนี้ยเนี่ยคือหลายคนพูดแล้วว่าพระองค์ ท่านเนี่ยเป็นพระองค์ที่ปิดทองหลังพระ อย่างแท้จริง >> ท่านท่านเป็นนายทหารแล้วท่านก็ ทรงโปรดการข่าวแบบเงียบอท่านใส่พระทัย เรื่องการข่าวมากเลยนะเรื่องintelligน ผมถามอืมนายทหารที่เป็นราชองครักษ์แล้ว เป็นนายทหารการข่าวเนี่ย >> ค่ะ
ที่เคยถวายงานเนี่ยนะครับเอ่อบางทีท่าน พี่เ้าเล่าให้ผมฟังนะฮะบอกว่าไปเข้าเวร แล้วก็ท่านมาถึงท่านถามเรื่องการข่าว >> อื >> แล้วพอทูลปุ๊บออกไม่เอาพูดความจริงเถอะ >> ไม่ต้องพูดแบบทางราชการพูดกันตรงๆเลย >> อื >> ทูนพูดมาตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อม >> เหมือนชอบงานข่าวเชิงลึก >> โปรดงานข่าวเชิงลึก >> ค่ะ >> โปรด >> โปรดไม่เป็นข่าว >> อืใช่โปรดชอบที่จะไม่เป็นข่าวไม่ชอบที่จะ ไม่เป็นข่าวอ >> อือ >> โปรดทรงงานแบบเงียบเชียบ >> อือ >> แล้วก็อีกรอบนึงเนี่ยนะครับอันเนี้ยผมเจอ เ้าเองกับตัว >> ค่ะ >> คือพี่ไก่อู >> อือๆ >> อ่าสรรเสริญแก้วกำเนิดตอนนั้นเป็นอธิบดี
กรมประชาสัมพันธ์ >> แล้วมาบอกว่าอาจารย์ไปช่วยสอน >> นักข่าวกรมประชาสัมพันธ์หน่อยสักวันนึงอ >> อื >> อ่าเรื่องการทำประชาสัมพันธ์เรื่องอะไร เงี้ยนะครับ >> ผมก็ไปบรรยายที่กรมประชาสัมพันธ์ >> อ่า >> แล้วตอนนั้นเนี่ยมันมีข่าวเรื่องฮาเรม วชิราลงกรณ์คอมพล็กโดยคุณสมศักดิ์เจียม ธีรสกุล >> อสนามม้านาง >> สนามม้านางเลิงถึง พวกพี่ๆนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ประมาณ 20-30 คนบอกว่าอยากทำเรื่องนี้ >> แต่ไม่มีข้อมูลอะไรหลุดออกมาเลยแม้แต่ แผ่นเดียวแม้แต่คำเดียว >> ออือ >> ผังสวนสาธารณะจะสร้างใหม่ก็ไม่มีอะไรก็ ไม่หลุดประกาศอะไรก็ไม่มีล้อมรั้วปิดไว้
แล้วก็เงียบอย่างเดียว >> อยากแก้ข่าวเรื่องนี้มากเลยอ >> อยากจะโต้ >> อื >> อาจารย์ช่วยถามผู้ใหญ่ให้หน่อยว่าจะพอมีอ >> ผัง >> อือ >> การก่อสร้าง >> ค่ะ >> มีชื่อโครงการมีอะไรหลุดออกมาบ้างมั้ยเรา จะทำข่าวเนี่ยอ >> เราต้องการแหล่งข่าวต้องการวงในเพื่อจะ >> จะทำให้สำเร็จให้ได้จะตอบโต้แทนพระองค์ ท่านไอ้นี่คือความเดือดร้อนของนักข่าวกรม ประชาสัมพันธ์ >> อื >> ผมก็รับปากอ >> อืมแล้วผมก็ไปติดต่อ >> ทุกคนเงียบกริบไม่มีอะไรหลุดออกมาเลยแม้ แต่ >> แม้แต่ตัวอักษรเดียว >> อ >> ผมดิ้นรนเดือดร้อนเพราะว่า[เสียงหอบ] ไปรับปากเค้ามาแล้วว่าจะช่วยอ่ะ
แล้ว >> เหมือนเราเป็นคน >> อื >> เอ่อพูดพูดแล้วทำไม่ได้อ่ะผมก็เลยแบบ เดือดร้อน >> อือ >> ผมก็ โวยวายกับผู้ใหญ่ >> อ >> นิดหน่อยว่าโอผมเดือดร้อนร้อนแล้วอ่ะ >> ไม่รับปากว่าจะช่วยแล้วก็ช่วยอะไรเ้าไม่ ได้เลย >> อือ >> ผู้ใหญ่ก็เลยบอกว่าอาจารย์หยุดเถอะ >> อ >> อาจารย์หยุดเถอะ >> อื >> พระเจ้าอยู่หัวทรงสั่งไว้ว่า >> อ่า >> ถ้ายังไม่เสร็จยังไม่พูด >> อื >> อ่าให้ทำงานทุกอย่างจนสำเร็จเกิดผลซะก่อน >> อ๋อ >> แล้วให้ผลงานพูดออกมาเอง >> เออก็คือให้เห็นคาตา >> เออให้เห็นคาตาอ >> นะครับแล้วผมก็เลยต้องหยุด >> อื >> แล้วผมก็บอกพวกพี่นักข่าวกรม ประชาสัมพันธ์ไปว่ามีพระราชแสสั่ง
อ >> ว่าให้สำนักพระราชวังเนี่ยไม่ให้หลุดอะไร ออกมาเลยให้กุ้มหน้ากุ้มตา >> อ >> ทำไปอย่างเงียบที่สุดใครจะโจมตีใครจะใส่ ร้ายป้ายสีอะไรก็ >> ไม่ต้องสนใจ >> อื >> ทำงานไป >> ทำงานทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดใครจะว่า จะอะไร >> ผมก็บอกโหพระเจ้าแผ่นดินจะบำเพ็ญพระบารมี เป็นพระเตมีใบ้ >> ยังกทศชาติชาดกอย่างนี้เลยเหรอ >> อือ >> อ่ะแต่เมื่อทรงตัดสินพระทัยจะเงียบ >> อือ >> เราก็ต้องเงียบ >> อือ >> อ่าผมก็ต้องเงียบนะพอวันนึงก็เสด็จไปเปิด พระบรมราชานุสาวรีย นะครับในหลวงรัชกาลที่ 9 เราก็เรียกตรง นั้นว่าลาน 901 >> อื >> นะครับอ่ะ >> ก็เป็นคำตอบทุกอย่าง
ก็ก็เป็นคำตอบทุกอย่างผมก็เลยเขียนบทความ เรื่อง >> อื >> เอ่อพระราชขันติ >> อื >> นะตอกข่าวหรือวชิราลงกรณ์คอมพล็ก >> นะว่าเนี่ย >> พี่ไก่อูมาขอให้ไปช่วย >> นักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ขอ >> อื >> ขอหลักฐานเพื่อจะเขียนโต้เพื่อจะทำข่าว โต้คุณสมศักดิ์ GM ราชกุล >> แต่ผมมานึกอีกทีเฮ้ยอันนี้มันก็ดีเหมือน กันนะเว้ย >> เค้าเรียกว่า >> อะไรอ่ะทีหลังดังกว่าน่ะ >> เออ >> คือ >> อือ >> คือก็ก็พูดไปสิ >> อื >> สุดท้ายไอ้คนที่มันปล่อยข่าวลือโจมตีมัน ก็ >> เป็นข่าวคมลอยอ่ะก็ >> หลักฐานเชิงประจักษ์มันสำเร็จแล้วอ่ะมัน >> มันชัดเจนนะครับ
แต่ว่าเออพอผมมาลองนึกๆดูอีกทีอ้าวเฮ้ย แล้วแล้วยุคนี้มันเป็นยุคเฟake New Center กันนี่คือมัน >> ทำไซเบอร์Warรูมมีเอค Chamber กัน >> สู้กันแต่ว่า >> พระเจ้าแผ่นดินของเราทรงเลือกเงียบ >> อื >> นะฮะทรงทรงต่อสู้กับความเท็จด้วยความจริง แล้วก็ทรงใช้วิธีของความอดทน >> อื >> อดทนใครจะพูดอะไรพูดไป >> จนวันนึงก็ >> ทุกอย่างจะ >> ปรากฏเอง >> ปรากฏเองอ่ะนะครับวิธีนี้มันช้า อื >> แล้วคนสมัยนี้เค้าก็เอ่อใจ >> เสพไอ้สิ่งที่ได้มาก่อน >> อ่าเสพสิ่งที่ได้มาก่อนแล้วอะไรอย่าง เงี้ยนะครับถามว่าผมเห็นด้วยกับ >> อือ >> เอ่อวิธีการของพระองค์งี้ทุกประการมั้ย
ผมก็ยังรู้สึกว่าอืในระยะยาววิธีที่ทรงอด ทนและใช้การทำงานเป็น >> เป็นข้อพิสูจน์ในเชิงประจักษ์เนี่ย >> โอเคมันดีกว่าจริง >> อือนะเพราะไม่ต้องไปเถียงสู้ >> นะครับที่โบราณท่านบอกว่าหมากัดอย่ากัด ตอบอ่ะ >> ก็ก็ยังเป็นข้อเท็จจริงอยู่ >> อนะครับแต่ว่าในมุมนึงยุคสมัยนี้โอหมามัน ก็กัดเยอะเหลือเกิน >> เป็นหมาหมู่ไล่รุมกัดรุมเห่า >> อ >> นะฮะ >> เออแต่ก็ถ้าคนก็คนเราอดทนได้ก็ก็โอเคก็ แบบเดียวกับที่ >> อาจารย์คึกฤทธิ์ท่านเคยบอกว่าเอ่อหมามัน เยี่ยวภูเขาทองอิ ก็ยังกราบไหว้นะครับ >> ค่ะ >> ผมก็ผมก็พอเข้าใจและยอมรับพระนิสัยข้อนี้
นะ >> ว่าโอเคนับถือพระองค์ท่านในความอดทน >> ค่ะ >> แต่ถามว่าถ้าเป็นผมจะอดทนได้เท่ามั้ย >> คน[เสียงหัวเราะ]ปกติว่าไปก็ไม่ >> ก็คงไม่อดทนแบบนี้ค่ะ >> อะไรอย่างเงี้ยครับ >> อือ >> ทีนี้เนี่ยนะคะคือต้องยอมรับว่าในยุคสมัย อ่ะที่มันมีการเปลี่ยนผ่านและมีกลุ่มคน ที่พายามจะโจมตีต้องยอมรับว่าในยุคสมัย ของพระองค์ท่านเนี่ยมันอยู่ในยุคของของ การถูกโจมตีอย่างมากอ่ะค่ะ >> คือมันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะว่ามันมีคน ไม่หวังดีทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ >> นะฮะเนื่องจากว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ เนี่ยเป็นหลักชัยของชาติแล้วก็เป็นศูนย์ รวมจิตใจ
>> ค่ะ >> ของของชาตินะชาติจะเข้มแข็งแล้วก็รักษาผล ประโยชน์และความมั่นคงของชาติได้เนี่ยก็ ต่อเมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์เนี่ยเข้ม แข็ง >> ค่ะ >> นะครับตอนต้นรัชกาลที่ 9 โดนโจมตีหนัก กว่านี้อีก >> นะฮะเช่นเอ่อ มีการปล่อยข่าวโดย Office of Strategic Service ซึ่งต่อมาคือ Central Intelligence Agency หรือ CIA ทำ Counter Intelligence แล้วปล่อยข่าวว่า น้องฆ่าพี่นี่คือของที่เกิดขึ้นในรัชกาล ที่ 9 ต่างประเทศมาปล่อยข่าวว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นคน >> ฆ่าในหลวงรัชกาลที่ 8 >> ผมว่าหนักกว่า >> เหตุการณ์ตอนต้นรัชกาลที่ 10 อีกนะ >> อ
>> นะครับแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านก็ทรง ผ่านมาได้พิสูจน์พระองค์ด้วยการทรงงาน หนักตลอดพระชนชีพ >> ค่ะ >> นะครับเรื่องอย่างเงี้ยนะครับถามว่ามัน เป็นไปตามยุคสมัยมั้ยก็ใช่คนไม่ปรารถนาดี ก็มีมาทุกยุคสมัยคนไม่ปรารถนาดีในประเทศ ก็มี >> อื >> นะฮะคนที่ผูกใจเจ็บแค้นกับสถาบันพระ มหากษัตริย์ >> ก็มีนะครับแต่ทั้งหมดทั้งปวงพระเจ้าแผ่น ดินก็ต้อง >> ทรงถือว่าทุกคนเนี่ยเป็นพสกนิกรเป็น ประชาราษฎรเพราะงั้นก็ก็ทรงงานพิสูจน์พระ องค์เองไปมากกว่าที่จะทรงมาตอบโต้กลับ หรือมาโจมตีกลับ >> นะครับนั่นก็คือพระมหากรุณาธิคุณน่ะนะ ครับของสถา
ประทีนี้ไอ้การที่มันมีคนเอ่อเจตนาจะโจม ตีใส่ร้ายตลอดเนี่ยนะครับคนในสังคมเองก็ ต้องเกิดความตื่นรู้เท่าทันนะ >> อื >> ผมว่าตอนหลังเนี่ยประเด็นการโจมตีก็โจมตี ไม่ขึ้นนะ >> อื >> นะคนก็เริ่มรู้ข้อเท็จจริงเยอะขึ้นเรื่อย ๆ >> นะครับแล้วก็ >> พอพอโจมตีมาสักพักมันก็แต่ >> อื >> มันปลุกไม่ขึ้นน่ะ >> อื >> นะฮะเพราะอะไรมันก็ไม่สามารถเอาชนะข้อ เท็จจริงได้ >> ค่ะ >> ครับ >> อือ่ะอีกสิ่งนึงน่ะนะคะที่ที่มองเห็นภาพ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนก็ คือการเปลี่ยนขบวนรถพระที่นั่งสิ่งที่เรา ไม่เคยได้เห็นมาก่อนแล้วก็ไม่คิดว่าเออ
เราจะได้เห็นขบวนรถพระที่นั่งที่วิ่ง เทียบเคียงกันไปกับรถประชาชนทั่วไปอันนี้ มันเป็นงานเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่น่าเชื่อว่า คือพระองค์ท่านเป็นคนที่เคร่งครัดในกฎ ระเบียบมากแต่ว่าก็ได้เกิดและได้เห็นสิ่ง เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ >> ไอ้เรื่องเปลี่ยนขบวนเสด็จนี่ผมยังอ >> เฉยๆนะเพราะว่าผมรู้ว่าจริงๆโปรด >> อื >> โปรดไปเวทโปรด เสด็จสบายๆมา >> แต่ไหนแต่ไรแล้วนะครับผมทราบว่า >> พระองค์ท่านโปรดแบบ >> เรียบง่ายที่สุดนะครับแล้วก็ไม่ได้โปรด >> ขบวนเยอะเยอะอะไรอย่างเงี้ยนะครับแต่มัน เป็นเรื่องที่ >> ผมก็เห็นใจคนทำงานนะ >> ค่ะ >> คือคนที่เค้ามีหน้าที่ถวายความปลอดภัยอ่ะ >> อื
>> คือทรงเป็นองค์รัฐฐาธิปัตย์เป็นองค์ พรปมุขของชาติ >> ถ้าเกิดมีอันตรายใดๆเกิดขึ้นเนี่ย >> คนที่เค้ามีหน้าที่เค้า >> เค้ารับผิดชอบไม่ไหว >> ค่ะ >> เค้าก็ ต้องจัดเต็มอ่ะ >> เพื่อความปลอดภัยสูงสุด >> นะครับแล้วมันก็มีคนคิดร้าย >> อือ >> ไม่ใช่ว่าไม่มี >> อือ >> นะฮะแต่ทีนี้เนี่ยเอ่อ บางครั้งเจ้าหน้าที่เค้าก็อาจจะจัดถวาย ความปลอดภัยตึง >> อื >> ตึงค่อนข้างมากอ่ะนะครับแต่ไม่ว่าไม่ไม่ ว่ายังไงเนี่ยเจ้านายก็ทรงรู้ >> นะครับ >> อย่าง >> อย่างเรื่องที่เจ้าหน้าที่เ้าอยากจะกัน มากเลยก็คือเรื่องถวายฎีกา >> ค่ะ >> นะฮะคนที่ชอบรับฎีกาที่สุดเลยนะฮะคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระ
บรมราชินีนาถ >> พระบรมราชชนในทีปันตีหลวง >> ชาวบ้านเอาใส่พับเป็นดอกกุหลาบ >> อ >> ฎีกาพับเป็นดอกกุหลาบปนมากับดอกกุหลาบ จริง >> อ >> อยู่ในมาลัยข้อพระกรอะไรเนี่ยพอทรงเหลือบ เห็นปุ๊บพระทรง >> อ่ะ >> หยิบออกเลยอันแรกกลัวเจ้าหน้าที่เอาออก ท่านเก็บเองหมดซึ่งบางฎีกาก็ >> ไม่มีมูลก็ นะครับแต่ว่าก็ทรงถือว่าเป็นทุกข์ร้อนของ ประชาชนทีนี้ไอ้การถวายความปลอดภัย >> พอเยอะเนี่ยนะครับชาวบ้านเ้าก็อาจจะ รู้สึกว่าโอ้มันทำให้เขาลำบากบ้างในบาง ครั้งอ่ะนะครับแต่มันก็เป็นความจำเป็น เพราะว่าทุกประเทศเขาก็ต้องจัดถวายอย่าง นี้หมดแหละเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย
ขององค์รัฐาธิปัตย์อ >> ค่ะ >> นะครับเอ่อแต่พระเจ้าอยู่หัวท่านก็ทรงรับ รู้อ่ะเพราะว่าความที่โปรดความเรียบง่าย >> ค่ะ >> อยากจะทรงใช้ชีวิตแบบธรรมดาอยู่แล้วอ >> จริงๆอ่ะทรงอยากจะใช้ชีวิตแบบธรรมดาแบบ ที่ >> ที่คนทั่วไปทำได้แต่ทรงทำไม่ได้อ่ะด้วย พระสถานะนะฮะ >> ก็ทรงพยายามจะลดทอน >> ขบวนเสด็จให้น้อยที่สุดซึ่งอันเนี้ยก็ทรง พยายามแต่ว่าอ >> อือ >> จะให้ทรง อ่ารื้อหมดเลยเนี่ยเจ้าหน้าที่เค้าก็ >> อืก็คงไม่ได้ >> เค้าก็ต้องก็ต้องทรงเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ เขาก็ต้องทำหน้าที่แล้วหน้าที่จะไปขัดตก บกพร่องก็ไม่ได้อ่ะนะครับอ
>> แต่บางอันเนี่ยผมเห็นแล้วผมตกใจเลยเช่น >> คือ >> ป้ายไฟ >> ออ ใช่ที่มีป้ายไฟนาทีแรกที่ผม >> เรารักพระเจ้า >> เออไม่ใช่ว่ามันเป็นป๊อปcาเจอร์เหรออะไร นะ >> แต่ในมุมของผมเนี่ย >> ป้ายไฟคือซ่อนวัตถุระเบิดได้ >> อื >> ซึ่งซึ่งผมอ่ะ >> อื >> พอจะมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับการ >> ก่อการร้ายการวินาศกรรมบ้างเนี่ยอ >> นะครับพอพอผมเห็นป้ายไฟเนี่ย >> อื >> ผมก็ช็อกเลย >> แต่เจ้าหน้าที่คงตรวจก่อนมั้งคะ >> ผมไม่รู้เจ้าหน้าที่เตรวจมั้ยก็ก็คงต้อง ตรวจล่ะนะครับ >> แต่ว่าในมุมผมเนี่ยผมกลับมองว่าป้ายไฟ เนี่ย >> น่าเป็นห่วง >> น่าเป็นห่วงและอันตรายที่สุดเลยอือ >> แต่แบบว่า
>> คือถ้าผมเป็น >> อื >> ตำรวจทหารที่ถวายความปลอดภัยเนี่ยนะ >> ค่ะ >> ผมก็ยังรู้สึกว่า ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงนี้ได้อ่ะ >> เออๆ >> เออแต่แบบ >> พระเจ้าอยู่หัวท่าน >> อือ >> ท่านโอเค >> ค่ะ >> ก็อ่ะเจ้าหน้าที่เค้าก็เค้าก็คงก็ต้อง ระวังอ่ะนะครับไม่รู้ว่าเค้า >> เค้าคงได้ตรวจป้ายไฟแล้วอ่ะแต่ >> ป้ายไฟเนี่ยคือในในมุมผมนะอันตรายที่สุดอ >> แต่ต้องบอกว่าช่วงระยะเวลานั้นซึ่งถือว่า เป็นช่วงวิกฤตนัคะช่วงหนึ่งแต่มันกลับ กลายเป็นเป็นโอกาสที่ทำให้คนไทยทั้ง ประเทศได้เห็นในสิ่งซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็เป็นสิ่งที่เป็นความใกล้ชิดระหว่าง ประสบนิกรกับพระองค์ท่านนะคะ
>> คือพระองค์ท่านก็ธรรมดามากเลยนะครับ อ่ะผมเล่าเรื่องที่ไม่เคยเล่าเลยนะครับ เรื่องนึง >> นะ >> พอดีมีทีมอาจารย์ประวัติศาสตร์ไทยเข้าไป ช่วยกันเขียนปรับปรุงแบบเรียน ประวัติศาสตร์ไทยให้ >> กระทรวงศึกษาธิการอ >> นะครับ >> แล้วก็ เราก็เขียนอย่างระวังกันแล้วเป็นผู้ชุม คุณวุฒิเป็นราชบัณฑิตเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ ช่วยกัน >> นะครับ พอ เราเขียนเสร็จเนี่ยเนี่ยกระทรวงศึกษาเค้า ก็ บอกว่าเราใช้ราชาศัพท์ ไม่พอ >> อือ >> เค้าจะให้เราให้หนังสือแบบเรียนเนี่ยเป็น ราชาศัพท์แบบจัดเต็มเป็นพระปรมาภิไธยเต็ม อ >> อือ >> ทุกคำหมด >> อือ >> นะครับอ่ะแล้วก็รูปทุกรูปนะต้องขอพระ ราชทานพระบรมราชานุญาต
>> ก่อนค่ะอ่า >> นะกระทรวงศึกษาธิการการก็ทำหนังสือเข้าไป ข้างในสำนักพระราชวัง >> ค่ะ >> นะฮะเอ่อปรากฏว่าสำนักพระราชวังก็ติดต่อ กลับมาที่กระทรวงศึกษาธิการบอกว่าให้ อาจารย์อานนท์มาพบเจ้าหน้าที่สำนักพระ ราชวัง >> อื >> นะฮะ >> แล้ว >> แล้วก็ได้คำตอบว่าพระนามทั้งหมดเนี่ยใช้ พระนามเต็ม >> ครั้งเดียว >> ค่ะ >> ในเล่มพอ >> อ่า >> แล้วที่เหลือให้เรียกว่าในหลวงอื >> ในหลวงคือคำที่โปรด >> อื >> แล้วก็ใช้ราชาศัพท์ ให้น้อยที่สุดแต่ยังถูกต้องตามหลักภาษา ไทย >> ค่ะ >> เขียนหนังสือให้เด็กอ่าน >> อย่าให้ยาก >> เออ >> ค่ะ >> เข้าใจมั้ยฮะ >> ค่ะ
>> เขียนหนังสือให้เด็กอ่าน >> เออ >> อย่าใช้ศัพท์ยาก >> อือ >> อย่าใช้ราชาศัพท์มากเกินไป >> ใช้ในระดับที่ >> อื >> ครูภาษาไทย >> แต่ก็ยอมรับได้อย่าอย่าเยอะเกินไป >> ไม่โปรดอค่ะ >> นะครับเพราะว่าทรงเห็นว่าเป็นหนังสือเด็ก >> ออ >> เสร็จแล้วพอเป็นรูปถ่าย >> อื >> ก็บอกว่า >> อื >> รูปคนถ่ายลิขสิทธิ์เป็นของคนนั้นตามกฎ หมายลิขสิทธิ์ >> พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่ได้ทรงถ่ายรูป >> ออ >> ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องมา ขอ >> เออค่ะ >> ถ้าจะขอไปเอารูปของแนวหน้าไปขอแนวหน้ารูป ของผู้จัดการไปขอผู้จัดการรูปของไทยรัฐไป ขอไทยรัฐ
>> ถ้าไม่ขอเค้าแล้วเฟ้องรับผิดชอบเอง >> อือๆ >> นะไม่แต่ท่านไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์เพราะ ท่านไม่ได้เป็นคนทรงถ่าย >> ใครเป็นคนถ่ายคนนั้นเป็นเจ้าของ >> อ >> ใช้ให้เหมาะสมได้ถวายพระเกียรติ >> แต่ท่านไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ให้ทำตามกฎ หมาย >> ค่ะอื >> อ่าผมก็เลยอ้าวอ้าอื >> ก็แสดงว่าทรงมีพระราชจริยวัต >> อื >> โปรดความเรียบง่าย >> อ >> ทรง >> ต้องใช้คำว่าทรงเข้าใจจิตวิทยาเด็กอค่ะ >> แล้วก็ทรงรู้ว่าเขียนหนังสือให้เด็กเนี่ย ต้องอ >> ต้องอ่านง่ายพอสมควรอ >> แล้วก็ทรงบอกว่าเออรักษาความถูกต้องใน ระดับที่ >> ค่ะ >> ใช้ได้แต่ว่าไม่ต้องเคร่งครัดจน
>> จนเด็กอ่านแล้วตะกุกตะกัก >> อื >> กระทั่งความที่ทรงเป็นเสรีนิยมหัวก้าว หน้าสมัยใหม่ก็ทรงยึกหลักยึดหลักกฎหมาย ว่า >> รูปไม่พระบรมฉายลักษณ์ไม่ได้ทรงฉายเองอ >> อื >> สำนักพิมพ์ไหนสำนักข่าวไหนฉายเ้าเป็นเจ้า ของลิขสิทธิ์ไปขอเค้า >> ค่ะ >> อ่า >> อื >> อ่ะทีนี้มาอีกเรื่องนึงคือได้ยินมาว่าพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนี่ยพระองค์ท่าน ทรงใฝ่ทางธรรมะสูงมากอย่างคนที่เป็นข้า ราชบริพารเนี่ยจะต้องมีอ่ะสัปดาห์นึง เนี่ยอย่างน้อย ต้องสวดมนต์ปฏิบัติธรรมคือฟังแล้วโอ้โห เหลือเชื่อ >> คืออื >> คือมีหลายเรื่องที่ที่เราไม่ค่อยรู้อ่ะนะ ครับเพราะว่าท่าน
>> เอ่อทรงเรียนภาษาบาลี >> อื[เสียงกระแอม] >> ทรงเรียนภาษาบาลี >> นะคะ >> นะครับเอ่อทรงทรงศึกษาภาษาบาลีอย่าง >> อือย่างเป็นเรื่องเป็นราวแบบที่เรา ผมอ่ะเคยพยายามแล้ว >> อือ >> แล้วผมก็ไม่ไหว >> เพื่อที่จะเข้าทางธรรมเนี่ยเหรอ >> ใช่คือเพื่อพยายามจะอ่าน >> ให้ได้ให้ลึกซึ้งให้ลึกซึ้งอ >> นะครับท่านโปรดศึกษาภาษาบาลีแบบ >> เป็นเรื่องเป็นราวแล้วท่านก็ >> มีทรงมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทางธรรม >> อือๆ >> นะครับอ่ะท่านชัยสาโรเนี่ยนะครับ >> นะก็ถวายเอ่อบทสนทนาาธรรม >> อ >> นะครับก็ก็ทรงทรงใฝ่ใฝ่ในทางธรรม >> อ >> นะครับเป็นเป็นอย่างมากเลยนะครับหรือบาง
เรื่องเนี่ยนะครับ >> เอ่อคนไม่รู้เลยว่าพระเจ้าอยู่หัวโปรด ดนตรีไทยมาก >> อือฮึ >> โปรดดนตรีไทยมากที่สุดซึ่งเป็น influence ของ >> สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ >> อื >> เพราะว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ท่าน กับพระอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนี่ย >> ให้ในหลวงเนี่ยเรียนโขน >> อ๋อ >> อ่าท่านเรียนโขนเล่นโขนเลยท่านเป็นคนโขนอ >> ท่านเล่นโขนแล้วท่านก็เลยโปรดดนตรีไทย >> โปรดโขนขนาดที่ว่า[เสียงสูดหายใจ] >> เคยได้ยินจากปากข้าราชบริพารนะ >> อื >> พอกลับจากทอดพระเนตรโขนพระราชทานสมเด็จ พระพันปีเนี่ย >> ค่ะ >> ทรงเรียกข้าราชราชบริพารที่ตามเสด็จมา >> แล้วก็ทรงเลคเชอร์
>> แล้วก็ทรงเดมโม่ >> อ่า >> ท่าโขนสอนพระราชทานข้าราชบริพาร >> อื >> เป็นชั่วโมง >> เพื่อ >> ก็โปรดโขนมากไง >> อื >> ความที่โปรดนะครับแล้วก็เอ่อโปรดดนตรีไทย ถึงกับขนาดว่า >> ให้ >> อื >> วง >> ปี่พาดเนี่ย >> ค่ะ >> เอ่อบรรเลงเพลงหน้าพาดอนะครับคือเพลงหน้า พาดเนี่ยจะเป็นปี่พาดไม้แข็งที่ >> มีระนาดมีอะไรเงี้ยนะครับแล้วก็ >> ทรงออกพระกำลังกับ >> อื >> เพลงหน้าพลาดใช่ >> อ >> ทรงเดินออกพระกำลังกับเพลง >> กับเพลงหน้าพลาด >> นะฮะแล้วก็ >> พวกนักดนตรีเค้าก็มาเล่าให้ฟังบอกว่า >> อือ >> เอ่อ >> บางทีอยากจะทรงหยอกกับนักดนตรี >> อค่ะ
>> ระหว่างที่ทรงเดินออกพระกำลังก็ >> อือ >> เดินมาแล้วทรงเคาะมือบ้าง >> อือ >> ทรงทำเพลงโดยบอกว่า >> คือมีพระราชประสงค์ต้องการให้เล่นเพลง นั้นเพลงนี้ถวายแต่ก็ >> ทรงอยากจะรู้ว่านักดนตรีจะมี >> อื >> ปฏิพานมั้ยว่าถ้าทรงทำอย่างเงี้ยจะเล่น ถวายถูกหรือเปล่าทรงเคาะห์อย่างเงี้ยจะ เล่นถวายถูกหรือเปล่า >> แล้วก็พอได้แล้วก็ทรงเดินออกพระกำลังต่อ โปรดแล้วก็ทรงจำเพลง >> อื >> หน้าพลาดได้หมด >> นะฮะอันนี้ก็เหมือนกับสมเด็จพระพันปีหลวง เพราะสมเด็จพระพันปีหลวงท่านโปรดรามเกียน รัชกาลที่ 1 >> ท่านทรงจำรัมเกียนได้แทบจะทั้งเล่มค่ะ
>> นะครับ >> อื >> อื >> โอ้โหก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้รู้ก็ ได้รู้กันงานนี้เลยนะคะ >> อ่ะท่านผู้ชมคะก็เชื่อแน่ว่าเนี่ยนะคะ ท่านผู้ชมคงจะได้รับรู้นะคะเกี่ยวกับ เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น่ะนะคะผ่านเนี่ยมุมมองของทางอาจารย์ อานนท์ซึ่งเราเองหลายคนน่ะนะคะไม่เคยได้ รับรู้มาก่อนนะคะเรียกว่างานนี้ต้องบอก เลยว่าคือรักพระองค์แล้วเนี่ยก็ยิ่งรัก พระองค์มากยิ่งขึ้นน่ะนะคะเพราะว่าเราได้ รับรู้ในอีกมุมหนึ่งนะคะของพระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาล ที่ 10 ของเราค่ะวันนี้เนะคะต้องขอขอบคุณ
อาจารย์อานนท์มากๆค่ะขอบคุณมากนะคะแล้วก็ ลาท่านผู้ชมเลยค่ะสวัสดีค่ะ
